[Movie Review] American Hustle

posted on 17 Dec 2013 00:27 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
American Hustle ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ David O. Russell สร้างจากปฏิบัติการณ์ลับ ABSCAM ของ FBI ช่วงปลายปี 70 ที่ทางหน่วยรัฐบาลบีบให้นักต๋มตุ๋นคู่ขาสองคนอย่างเออร์วิงและซิดนีย์ มาร่วมเปิดโปงการคอรัปชั่นครั้งใหญ่ ข้อมูลหนังมีบิดไปจากเรื่องจริงไม่มากก็น้อย และนำตัวละครและการโยงเรื่องแบบใหม่มาใส่ในโครงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางเอฟบีไอและเออร์วิงได้อุปโลกเศรษฐีชีคอาหรับขึ้น เพื่อหลอกล่ออาชญากรมาติดกับ ทว่าผู้ที่เข้ามากลับตกเป็นเหยื่อครั้งนี้กลับเป็นนายกเทศมนตรีนิวเจอร์ซีซะเอง ทำให้ปฏิบัติการณ์เล็กๆนี้ใหญ่ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว และกลายเป็นการแฉนักการเมืองสหรัฐครั้งที่ใหญ่ที่สุด ทว่าระหว่างภารกิจอันตรายนี้ทำให้เหล่าสมาชิกทีมเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดขึ้น เออร์วิงเริ่มสนิทสนมกับเป้าหมายอย่างนายกเทศมนตรีคาร์เมน, ซิดนีย์ที่เริ่มความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอริชชี่ และภรรยาของเออร์วิงอย่างโรซาลินที่เข้ามาปั่นป่วนภารกิจนี้
 
อันที่จริงแล้วเนื้อหาของ American Hustle นั้นสามารถเล่าได้ในรูปแบบที่เป็นหนังสายหลักสุดคือเป็นแนวทริลเลอร์ ด้วยความระทึกและความหนักของเนื้อหาด้วยยิ่งเข้าทาง แต่ทีเด็ดของหนังเรื่องนี้คือมันถูกเล่าในรูปแบบดราม่าติดตลกสไตล์รัสเซล ที่นำเรื่องใหญ่ๆมาเล่าในสเกลที่เล็กลงและติดดินมากขึ้น ซึ่งในความติดดินนี้เองทำให้ตัวบทยังมีความจริงใจซ่อนอยู่ด้วย เพราะจากข่าวและข้อมูลของ ABSCAM ที่ถูกเปิดเผยมันมาจากข้อมูลของผู้ชนะ แน่นอนว่ามันนำเสนอเพียงด้านขาวและดำของปฏิบัติการณ์ บทหนังเรื่องนี้บิดเหตุการณ์จริงไปขนาดไหนผมเองคงตอบไม่ได้ แต่มันทำให้มีความเป็นสีเทามากขึ้น เราได้เห็นเกือบทุกๆด้านของปฏิบัติการณ์ที่มันเป็นมากกว่าตำรวจจับผู้ร้าย มันจิกกัดสังคมเพื่อผลประโยชน์สไตล์อเมริกันได้สนุกปาก และด้วยความที่หนังรัสเซลจะต้องเยอะเสมอ บทพูดล้นๆเรื่องนี้ไม่ใช่ฟังง่ายๆโดยพ่นข้อมูลออกมาแทบจะทุกๆประโยค ทำให้หนังต้องพึ่งความสามารถของนักแสดงอย่างมาก และทีมนักแสดงนำทั้ง Christian Bale, Bradley Cooper, Amy Adams, Jeremy Renner และ Jennifer Lawrence ต่างตีบทตัวละครเพี้ยนๆเหล่านี้แตกกันหมด โดยเฉพาะสาวลอว์เรนซ์ที่ขโมยทุกซีนที่เธอออกมา เรียกว่าลบภาพจาก Catching Fire ที่เพิ่งฉายไปได้ไม่ยาก
 
สไตล์เฉพาะตัวของรัสเซลยังช่วยให้หนังดูน่าสนใจทั้งที่มีบทบรรยายหนักหน่วงเกือบทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นมุกตลกหน้าตาย, การวางบทบาทตัวละครเพื่อให้นักแสดงโชว์พลังได้อย่างเต็มที่, การตัดต่อที่มีจังหวะเด็ดขาด, มุมกล้องและงานด้านภาพ รวมถึงเพลงประกอบยุค 70 ที่เข้ากับชีพจรของหนังและเร้าอารมณ์ดีเหลือเกิน ยอมรับว่า American Hustle ยังเป็นหนังเฉพาะทางระดับหนึ่ง มันมีความคล้ายคลึงกับ Silver Linings Playbook มากแม้จะเล่าเรื่องและข้อมูลต่างกัน ซึ่งหากใครชอบหนังแนวรัสเซลก็คงถูกใจเรื่องนี้ได้ไม่ยากครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links