[Movie Review] About Time

posted on 11 Sep 2013 23:29 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ดราม่าของผู้เขียน Four Weddings and a Funeral, Bridget Jones's Diary, Notting Hill และผู้กำกับ Love Actually อย่าง Richard Curtis ที่เอ่ยปากว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นงานกำกับเรื่องสุดท้ายของเขาแล้ว 'About Time' เป็นเรื่องราว Migical Realism ของพ่อหนุ่มทิม เลค ในวัย 21 ปีที่พบว่าผู้ชายในตระกูลของเขาสามารถเดินทางย้อนเวลาได้ รวมถึงตัวเขาเองด้วย สิ่งแรกที่ทิมใช้สามารถใหม่นี้ของเขาก็คือการพยายามหาสาวคู่ใจ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะถึงจะย้อนเวลาไปเปลี่ยนเหตุการณ์ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนใจคนได้ วันหนึ่งเขาได้พบกับแมรี่ สาวที่ทำให้ทิมตกหลุมรักได้ในพริบตา และการย้อนเวลาหารักของทิมก็ได้ใช้ประโยชน์เสียทีเมื่อเขามัดใจแมรี่ได้สำเร็จ ทว่าการกลับไปเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์อดีตล้วนมีผลที่ตามมาเป็น Butterfly Effect ที่สืบต่อกันมาเป็นทอดๆ เมื่อทิมไม่สามารถเปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นดั่งใจได้ เขาจะต้องเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุด-ยอมรับผลที่ตามมา และใช้การย้อนเวลาเพื่อนำไปสู่อนาคตของเขาเสียที
 
หลายปีมานี้รู้สึกว่าหนังโรแมนติกดราม่าดีๆซักเรื่องขาดหายจากตลาดไปนานพอควร และ About Time ก็เป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่เราไม่ได้เห็นบ่อยๆ หนังมีบทที่ฉลาดและมีลูกเล่นแพรวพราวมากเรื่องหนึ่ง หนังเริ่มต้นด้วยการเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ระหว่างการใช้พลังพิเศษของทิมเพื่อจีบสาวและทำทุกวิถีทางเพื่อชนะใจแมรี่ ส่วนนี้หนังเล่าได้น่ารักน่าชัง และเคมีนักแสดงนำอย่าง Domhnall Gleeson และ Rachel McAdams ก็เข้ากันได้ดีอย่างปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังหนังนำเราก้าวไปตามวัยของตัวละคร หนังค่อยๆขยับจากโรแมนติกและหันกลับมามองความเป็นครอบครัว หนึ่งในเอกลักษณ์ของเคอร์ติสคือตัวละครที่ไม่เหมือนใคร ใน About Time นั้นตัวละครครอบครัวของทิมมีสเน่ห์ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะบทบาทของ Bill Nighy ที่โผล่มาเพื่อแย่งซีนและเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่องได้อย่างถึงใจ ขณะที่ดราม่าครอบครัวของเรื่องนี้กินขาดระดับน้ำตาท่วมจอ แต่มันไม่ได้ฟูมฟายเลยแม้แต่น้อย การดำเนินเรื่องให้เวลาเราซึมซับความสัมพันธ์ตัวละครก่อนที่จะปล่อยระเบิดลูกใหญ่ที่ทำเอาจุกอกและอิ่มเอมใจไปพร้อมๆกัน
 
หากใครเห็นว่าการที่หนังใช้เรื่องย้อนเวลาในการเล่าแล้วจะต้องเป็นหนังไซไฟ คงจะต้องปรับมุมมองใหม่เพราะการย้อนเวลาของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อิงหลักวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด และช่องโหว่ของเวลาเยอะมากจนถ้ามัวแต่นั่งจับผิดประเด็นนี้คงไม่สนุก อย่างที่กล่าวไปว่าหนังใช้ความแฟนตาซีตรงนี้เป็นกิมมิคเพื่อเล่าเรื่องซะมากกว่า ข้อเด่นของการใช้ลูกเล่นตรงนี้คือการเชื่อมโยงกับสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อ นั่นคือเส้นทางการเลือกใช้ชีวิต การย้อนเวลาของทิมและบุคคลอื่นๆในหนังเรื่องนี้ทำได้เพียงแค่ย้อนไปยังเวลาที่ตนเองเคยปรากฏอยู่เท่านั้น และหากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในอดีต บุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็ไม่พ้นตนเอง การย้อนเวลานี้เป็นเหมือนโอกาสที่สองให้เลือกว่าจะย้อนกลับไป Relive หรือ Regret และหนังฉลาดในการใช้ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งพลังไปยังบทดราม่าได้อย่างยอดเยี่ยม การย้อนเวลาไม่ได้แก้ไขหรือได้มาซึ่งทุกสิ่ง มันคือการเลือกที่จะตัดช่วงเวลาไหนทิ้งไปเพื่อเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคต ซึ่งหากเราใช้ชีวิตเหมือนวันสุดท้ายแล้วเราอาจไม่ต้องย้อนเวลาเลยก็ได้
 
About Time เป็นภาพยนตร์ที่สื่อสารได้แรงมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งเคอร์ติสสามารถเล่าออกมาด้วยอารมณ์เบาๆและดูสนุกอย่างเหลือเชื่อ หนังทำมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาดที่เข้าเป้า อบอุ่น, สดชื่น, ซึ้งกินใจ และครบเครื่อง โดยที่มอบทางเลือกให้คนได้ขบคิดมากกว่าตัดสินที่ผลลัพธ์ ขณะที่ด้านโปรดัคชั่นก็มาเต็มเช่นกัน โดยเฉพาะเพลงประกอบที่ส่งรับกับตัวหนังเป็นอย่างดี อีกหนึ่งผลงานคุณภาพที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
 

Comment

Comment:

Tweet

เล็งเรื่องนี้ไว้พักใหญ่มากๆแล้ว จะไปดูให้ได้ แม้เราจะเคยดูผลงานเค้าเรื่องเดียวคือ Love Actually แต่เป็นหนังเรื่องท็อปๆในใจเราเลย
เห็นรีวิวแต่ละคนในทวิตแล้วอยากจะกรีดร้อง
วันก่อนก็เพิ่งจะนั่งไล่ฟังเพลง Soundtrack ของหนังเรื่องนี้ที่จะวางขาย
รออีกเดือนนนนนนนนน

#1 By Señor(ita) on 2013-09-12 00:13

Links