[Movie Review] The Bling Ring

posted on 02 Sep 2013 23:56 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
เมื่อความโด่งดังในฮอลลีวูดกลายเป็นแรงบันดาลใจของอาชญากรรม "The Bling Ring" ภาพยนตร์สุดแสบ ผลงานล่าสุดของ Sofia Coppola จาก Lost in Translation,  Marie Antoinette และ Somewhere โดยหนังติดตามเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริง เมื่อเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นในแอลเอกลุ่มหนึ่งที่หลงใหลในชื่อเสียง ได้ใช้อินเตอร์เน็ตติดตามหาที่อยู่ของเหล่าคนดังฮอลลิวูด แต่เข้าไปเที่ยวเล่นขโมยของในบ้านของพวกเขา เหล่าดาราที่ตกเป็นเหยื่อนั้นได้แก่ Paris Hilton, Lindsay Lohan, Audrina Patridge และ Orlando Bloom จากการกระทำเล็กๆของพวกเขาก็ได้เริ่มเลยเถิดไปจนกลายเป็นอาชญากรรมครั้งใหญ่ในพื้นที่ และเป็นการนำมาซึ่งชื่อเสียงในทิศทางที่ทำให้ทั้งพวกเขาและกลุ่มผู้เคราะห์ร้ายเดือดร้อน แต่ชื่อเสียงก็คือชื่อเสียงไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน คาดว่าผู้ชมส่วนใหญ่อาจคาดหวังให้เรื่องนี้ออกมาในลักษณะหนังปาร์ตี้วัยรุ่นอเมริกันทั่วๆไปจากงานโปรโมตที่ดูเอนเอียงไปในแนวดังกล่าว ทว่า The Bling Ring มีสไตล์การเล่าที่เป็นตัวของตัวเองสูงมาก และอาจไม่ใช่หนังสำหนับผู้ชมทั่วไป
 
นอกเสียจากเพลงประกอบที่ดูเฮฮาปาร์ตี้เกินอารมณ์ปกติของคอปโปลา หนังยังคงความเป็นอินดี้ในแบบของเธอได้ไม่เปลี่ยน หนังเริ่มต้นในรูปแบบดราม่าการใช้ชีวิตของเด็กวัยรุ่นที่ถูกรายล้อมด้วยความโด่งดังของดาราฮอลลีวูด ตัดสลับกับการให้สัมภาษณ์ในบทความจากนิตยสาร Vanity Fair ที่เป็นข้อมูลอ้างอิงของภาพยนตร์เรื่องนี้ บทหนังจิกกัดการใช้ชีวิตฉาบฉวยความจอมปลอมของผู้คนในวงการผ่านเด็กๆแต่ละคน ทั้งทัศนคติที่พวกเขามีต่อตัวคนดังหรือการพยายามเลียนแบบของพวกเขา ส่วนตัวชอบธีมหลักของเรื่องมากๆที่บทสรุปทุกอย่างไปจบที่การกลายเป็นอาชญากรคนดัง (ชวนให้นึกถึง Chicago) ที่ดูเหมือนยุคสมัยเราย้อนกลับไปช่วงปี 20 ที่สนับสนุนผู้มีความผิดในคดีต่างๆให้กลายเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน อีกทั้งความมักง่ายของผู้คนในวงการไม่เว้นแม้กระทั่งระบบความปลอดภัยในบ้านของพวกเขาเองหรือการลักเล็กขโมยน้อยของดาราบางคน (หลายซีนตัดฉากได้แรงดีมาก) ได้สร้างความมักง่ายให้เกิดขึ้นในตัวผู้ชมที่ไม่บรรลุนิติภาวะและนำเอาไปเป็นแบบอย่าง
 
ข้อเสียของเรื่องนี้คงไม่พ้นการลำดับเรื่องที่ทำให้รายละเอียดหลายอย่างดูตื้นจนเกินไป และไม่รู้สึกว่าเกิดอิมแพ็คในช่วงท้ายของหนังเท่าที่ควร เพราะถึงอย่างไรหนังก็สร้างจากบทสัมภาษณ์ที่เราก็คงไม่สามารถไปรู้เรื่องจริงได้ 100% แต่หนังให้อารมณ์สับสนได้ไม่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่หนังถ่ายทอดในอารมณ์ตัดสินมากไปหน่อย อย่างการตัดเรื่องผลกระทบต่อตัวพ่อแม่ และเลือกที่จะเล่าเพียงครอบครัวของนิคกี้ซึ่งดู sterotype ในฮอลลีวูด ทำให้เรามองบทออกมาได้แค่มุมเดียว อีกทั้งหนังยังเสียเวลาไปกับฉากพักตาและฉากปาร์ตี้ประกอบเพลง พอจะเข้าใจว่าฉากเหล่านั้นจำเป็นในการวางบทบาทของตัวละคร แต่มันก็เยอะเกินไป ระดับนับรวมๆก็เกือบหนึ่งในสามของทั้งเรื่องก็ไม่ปาน ทว่าด้านโปรดัคชั่นของเรื่องนี้ก็ทำให้หนังดูเพลินไม่ได้ยากด้วย อย่างการใช้สีบ่งบองตัวละคร อย่างบ้านของนิคกี้ที่สีดูโลโม่สว่างสดใสราวกับปารีส ฮิลตัน และฉากตอนกลางคืนที่มืดจนเกือบมองไม่เห็นว่าเด็กๆแอบขโมยอะไรกัน รวมถึงการเลือกนักแสดงที่เหมาะกับบทบาทมาก แม้บทของ Emma Watson จะไม่ใช่บทใหญ่ของเรื่องนี้ แต่ก็เป็นตัวสำคัญที่ขาดไม่ได้จนกลายเป็นฉากเปิดและปิดของเรื่อง เพราะตัวละครของเธอเป็นตัวแทนความคลั่งชื่อเสียงของแท้ และเอมม่าก็เล่นได้ดัดจริตสมบทบาทมากๆ
 
The Bling Ring อาจไม่ใช่หนังคุณภาพระดับมาตรฐานของโซเฟีย คอปโปล่า แต่ก็ไม่ใช่ผลงานขี้ริ้วขี้เหล่อะไรนัก เมื่อเทียบกับหนังวัยรุ่นอเมริกันขี้เมาสุดป่วนในยุคนี้ก็นับว่าเหนือกว่าเรื่องอื่นมาก หนังมีแกนเรื่องที่ดีแม้จะเล่าออกมานิ่งจนเกินไป ขณะที่นักแสดงนำช่วยดึงให้เรื่องสนุกมาก โดยเฉพาะบทของเอมม่าที่ขโมยซีนจริงๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links