[Movie Review] The Purge

posted on 06 Aug 2013 23:40 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
The Purge ภาพยนตร์ทริลเลอร์สยองขวัญของ James DeMonaco จากทีมผู้สร้าง Paranormal Activity และ Sinister ที่เล่าเรื่องของโลกอนาคตอีกราว 20 ข้างหน้า เมื่ออเมริกากลายเป็นประเทศที่สงบสุข ปัญหาการตกงานลดลง เปอร์เซ็นต์การเกิดอาชญากรรมเกือบศูนย์ เนื่องจากใน 1 วันของแต่ละปี ประชากรชาวอเมริกันจะสามารถก่ออาชญกรรมใดๆก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย บริการอำนวยความสะดวกฉุกเฉิน และหน่วยความปลอดภัยต่างๆจะถูกปิดลงเป็นเวลา 12 ชั่วโมง วันล้างบาปนี้ถูกเรื่องว่า Purge มีเพียงเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับ 10 ขึ้นไปเท่านั้นที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีกรรมทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า ส่วนชาวบ้านจะต้องหาทางป้องกันตัวเอง ซึ่งคนรวยจะมีระบบป้องกันความปลอดภัยแน่นหนา ขณะที่คนจนไร้ซึ่งที่ซ่อนก็ตกเป็นเหยื่อการชำระบาปนี้ไป ทว่าเมื่อครอบครัวมีฐานะครอบครัวหนึ่งต้องตกเป็นเหยื่อซะแทน เนื่องจากลูกชายของพวกเขาได้เปิดรับชายที่กำลังถูกตามฆ่าเข้ามาในบ้าน ทำให้กลุ่มคนที่ตามล่าชายคนนั้นบุกเข้ามาในบ้านของพวกเขาที่ได้ชื่อว่ามีระบบป้องกันที่แน่นหนาที่สุด
 
หลังจากชมตัวอย่างของ The Purge ไปเมื่อราวต้นปีก็เกิดความสนใจในหนังเรื่องนี้ขึ้นทันที โดยรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าค้นหาในแง่การสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ นั่นเพราะตัวผมเองเกิดความรู้สึกด้านลบกับวันล้างบาปขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่ทันดูครับ และเมื่อได้ชมหนังเต็มๆแล้วก็ยังคงไม่ได้รับคำอธิบายที่ฟังขึ้นเช่นเคย หากบอกว่าหนังอ้างอิงจากโลกปัจจุบัน ผมมองว่ากฏเกณฑ์ทางสังคมของเรื่องนี้ไม่เมคเซนส์อย่างยิ่ง และมันดูจะให้ผลตรงกันข้ามกับที่เกิดในหนัง ข้อแรกคือหนังขัดกับข้อกฎหมายปัจจุบันและไร้มนุษยธรรมมากๆ การที่สังคมในหนังสามารถลดปัญหาตกงานได้เกิดการที่คนจนถูกฆ่าเป็นผักปลาตามที่หนังกล่าว แต่หากถามว่าการอนุญาตให้ฆ่ากันได้ 1 วันสามารถลดปัญหาอาชญากรรมได้จริง? ผมมองว่าไม่ เพราะมันเป็นการเกิดเปิดช่องทางอาชญากรรมมากกว่า ทั้งในแง่ตัวบุคคลและกลุ่มอาชญากร นั่นเพราะไม่ได้หมายความว่าอาชญากรรมจะไม่เกิดโดยสิ้นเชิงในวันต่อๆมา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มการเกิดอาชญากรอีกด้วย เพราะเปอร์เซนต์ Sociopath หรือ Psycopath เคยลิ้มรสการฆาตกรรมไปแล้วจะไม่หยุดเพียงแค่หนึ่ง ความไม่สมเหตุสมผลของกฎเกณฑ์เหล่านี้ทำให้ระหว่างดูเกิดความหงุดหงิดมาก และมองหาคุณธรรมของกฎหมายข้อนี้ไม่เจอ
 
แต่ถ้าหากมองว่านี่มันเป็นเรื่องแต่ง จะมานั่งหาความสมเหตุสมผลอะไรมากมาย ผมก็เลยมองหนังเรื่องนี้เป็นฟิคชั่นที่ไม่ได้อ้างอิงจากสังคมของเราดูบ้าง หนังเรื่องนี้จึงกลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญบุกบ้านธรรมดาๆที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ หนังใช้บทไม่คุ้มทั้งในแง่ความเป็นบ้านที่มีระบบป้องกันภัยสูง และในแง่บทบาทของตัวละคร โดย 80% ของตัวละครในเรื่องสามารถสร้างความน่ารำคาญได้ตลอดเวลา การกระทำของพวกเขาหลายครั้งดูโง่จนเกินเหตุ ไม่น่าเอาใจช่วยและไม่น่าติดตามแม้แต่น้อย จะมีก็เพียง 1-2 ฉากที่หนังเรื่องนี้สามารถทำให้ตื่นเต้นขึ้นมาได้ ด้านนักแสดงนำอย่าง Ethan Hawke และ Lena Headey ถือว่าอยู่ในระดับดี แต่ก็ไม่ได้ช่วยหนังมากนัก ขณะที่การถ่ายทำเน้นความมืด ดูแล้วมึนหัวภาพไม่ประติดประต่ออยู่หลายครั้ง สิ่งที่หนังเรื่องนี้ทำให้ผมสนใจขึ้นมาคือสถานการณ์หลังวัน Purge ที่คนที่เคยไล่ฆ่ากันจะต้องกลับมาเจอหน้ากันเหมือนวันปกติ ทว่าหนังเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้พูดถึงอีกเช่นกัน หวังว่าจะกลับมาพูดในภาคต่อที่ประกาศสร้างไปเรียบร้อยแล้ว
 

Comment

Comment:

Tweet

Links