[Movie Review] Only God Forgives

posted on 19 Jul 2013 00:06 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
'บุตรชายผู้อยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างพระเจ้าและปิศาจ' - Only God Forgives ภาพยนตร์นีออนนัวร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ Nicolas Winding Refn ที่หันกลับมาทำหนังทุนต่ำสร้างบรรยากาศอีกครั้ง หลายต่อหลายครั้งที่ไวน์ดิ้ง เรฟเฟน ให้สัมภาษณ์ว่าเขาตั้งใจให้ตัวละครมีความคล้ายคลึง ราวกับเป็นภาพยนตร์ที่เชื่อมกันระหว่าง Vahalla Rising, Drive และ Only God Forgives แต่ส่วนตัวผมกลับเห็นความเหมือนของ Vahalla Rising และ Only God Forgives มากกว่า Drive ที่ไปกันคนละสไตล์เลย เพราะฉะนั้นใครที่คาดหวังให้มันออกมาเป็นภาคต่อของ Drive ที่มีความเป็นโรแมนติกทริลเลอร์มากกว่า ก็ขอให้มองใหม่ครับ Only God Forgives เป็นหนังที่เล่าภาพมากกว่าใช้คำพูด และสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วยสัญลักษณ์ภาพต่างๆ รวมถึงสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวให้กับหนังผ่านแสงสีนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพที่ถูกหยิบมาใช้อย่างมีรูปแบบ และดนตรีประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยฝีมือของ Cliff Martinez แต่หากจะให้รีวิวหนังเรื่องนี้มากไปกว่างานด้านโปรดัคชั่นแล้ว "บทความด้านล่างนี้จึงมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่อง และเหมาะสำหรับผู้ที่ชมแล้วเท่านั้นครับ"
 
'จูเลี่ยน' เจ้าของค่ายมวยแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่หนีคดีมาจากอเมริกา โดยเขาและครอบครัวมีธุรกิจค้ายาและเป็นที่รู้จักกันในหมู่องค์กร 'บิลลี่' พี่ชายของจูเลี่ยนผู้มีลักษณะในการทำลายล้างตัวเอง กล่าวกับจูเลี่ยนว่าถึงเวลาพบซาตาน ก่อนที่เขาจะไปฆ่าขมขื่นเด็กสาววัยสิบหก เมื่อเรื่องถึงมือตำรวจ 'ช้าง' นายตำรวจใหญ่ผู้มีอำนาจในการคุมกฎทั้งหมดที่เกิดขึ้น และเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าในเรื่องนี้ ได้ทำการพิพากษาจนบิลลี่ถึงแก่ชีวิต นั่นทำให้ 'คริสตัล' ปรากฏตัวขึ้น เธอคือแม่ของจูเลี่ยนและบิลลี่ การมาของหญิงคนนี้ส่งผลต่อตัวจูเลี่ยนอย่างมาก โดยการร่วมฉากของทั้งคู่เผยให้เราเห็นว่าจูเลี่ยนมีปมอีดิปุส คือมีลักษณะต้องการทำลายพ่อ และหลงรักแม่ของตน ที่น่าสนใจคือคริสตัลไม่ได้มีความเป็นต้นแบบของแม่เลยแม้แต่น้อย แต่เธอคือความล้มเหลวในฐานะแม่ และบอกเป็นนัยๆหลายครั้งว่ามีสัมพันธ์สวาทกับลูกๆของเธอ นอกไปกว่านี้เมื่อเธอย่างเท้าเข้ามาในเรื่อง ก็มีแต่สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละฉาก นี่อาจบอกว่าเธอคือปิศาจซาตานที่บิลลี่กล่าวถึงก็เป็นได้ แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้เล่าผ่านตัวจูเลี่ยนนัก แต่เขาคือศูนย์กลางของเรื่องที่มองทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียม เขามีมนุษยธรรมแต่ก็เชื่อฟังแม่ หลากหลายสัญลักษณ์บ่งบอกความขัดแย้งในตัวเองของเขา สิ่งแรกคือสีเสื้อที่เขาใส่ มันตัดสลับฉากสีขาวและดำได้ชัดเจน แม้กระทั่งตอนไปพบแม่ของเขาก็ยังซื้อชุดดำให้ 'ใหม่' อีกตัวละครหนึ่งผู้เป็นเหมือนแฟนสาวให้ใส่มันอีกด้วย ใหม่เป็นผู้หญิงทำงานบันเทิงที่พบจูเลี่ยนบ่อยครั้ง เธอเป็นสัญลักษณ์ได้หลายอย่างต่อตัวจูเลี่ยน ทั้งในแง่ความโหยหาความรัก หรือสะท้อนความเป็นแม่ที่เขาไม่เคยมี
 
มี 2-3 สามฉากที่เรามักเห็นจูเลี่ยนจ้องมองไปที่สองมืออันวางเปล่าของเขา มันอาจแสดงถึงความรู้สึกผิดหรือความกดดันจากบางอย่าง เรามักจะเห็นแขนของเขาถูกมัด, ถูกตัด, และจมในกองเลือดเสมอๆ จนกระทั่งเขาถูกช้างซัดจนหมอบหลังจากไปท้าสู้ สภาพใบหน้าที่เหลือครึ่งเดียวของเขาช่างชวนให้นึกถึงชายตาเดียวใน Vahalla Rising ที่เป็นสัญลักษณ์การมีอยู่ของพระเจ้าเช่นเดียวกัน คริสตัลผู้ไร้ทางออกจากการถูกพิพากษา หันมาขอความช่วยเหลือจากบุตรชายที่เธอมองข้าม จูเลี่ยนผู้พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองกับแม่ของเขาจึงไม่ลังเลที่จะฆ่าใครซักคนอีกครั้ง แต่คริสตัลก็พร้อมจะทรยศจูเลี่ยนทุกเมื่อเช่นกัน เพราะห่างไปไม่ถึงฉากเดียว เธอก็โยนความผิดให้กับจูเลี่ยนซะหมดเปลือก จูเลี่ยนผู้ทำลายพ่อของเขาด้วยมือเปล่า เดินทางมาเพื่อทำลายต้นแบบความเป็นพ่ออีกคน ทว่าความมีมนุษยธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ของเขาทำให้จูเลี่ยนเปลี่ยนใจ และทำให้จูเลี่ยนสูญเสียต้นแบบของแม่ไป โดยไม่สามารถคลานกลับไปอยู่ในครรภ์ของเธอได้อีกต่อไป ช้างเดินทางมาเจอจูเลี่ยนด้วยตนเองเพื่อนำเขาไปพิพากษา ขณะที่จูเลี่ยนผู้ยินยอม ก็ได้รับการอภัยจากพระเจ้าไปพร้อมๆกับแขนทั้งสองข้างที่เปื้อนเลือด, แขนทั้งสองข้างที่แบกความรู้สึกผิดของเขาเอาไว้ ซึ่งหากมองย้อนกลับมาดูเรื่องทั้งหมดแล้ว หนังอาจพูดถึงความล้มเหลวและความฟื้นคืนของต้นแบบของผู้เป็นแม่และพ่อ ช้างเป็นเหมือนพระเจ้าผู้คุมกฎทั้งกับจูเลี่ยน, ชาวบ้าน, นักฆ่า, มาเฟีย หรือแม้แต่กับตำรวจด้วยกันเอง ชวนให้นึกถึงประโยคหนึ่งจาก Red Dragon ว่า "พระเจ้าคงจะชอบเข่นฆ่าเช่นเดียวกัน เพราะพระองค์ก็ยังคงอยู่ทุกวัน" ขณะที่คริสตัลคือปิศาจผู้ล้มเหลวแม้กระทั้งกับลูกๆของเธอ
 
ลักษณะการเล่าเรื่องของ Only God Forgives จำเป็นต้องใช้ศักยภาพของนักแสดงสูงมากๆ สำหรับ Ryan Gosling นั้นเขาพิสูจน์ให้ผู้ชมเห็นหลายเรื่องว่าสามารถเอาบทนิ่งๆได้อยู่หมัด ทว่าผู้ที่แย่งซีนในภาพยนตร์มากที่สุดคงไม่พ้น Kristin Scott Thomas และ วิทยา ปานศรีงาม ทั้งสองสามารถเป็นแกนหลักของหนังทั้งเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบมากๆ ซึ่งหากมองหนังเรื่องนี้เป็นหนังอาร์ต ก็นับว่าประสบความสำเร็จในด้านการสื่อสารระดับหนึ่งเลย เพราะเมื่อเทียบกับ Vahalla Rising แล้วผมว่าเรื่องนี้ดูง่ายกว่ากันเยอะ ไม่ได้ตีความซับซ้อนหรือรุนแรงมากจนเกินไป และแม้ว่าหนังจะนิ่งเงียบ ตัวละครนำไม่สื่ออารมณ์พอๆกัน  แต่ Only God Forgives สามารถจับจังหวะหนังได้ดีกว่า (แม้จะมีซีนประหลาดๆอย่างคาราโอเกะก็ตาม) ด้วยความเป็นหนังเฉพาะกลุ่มมากๆ Only God Forgives อาจไม่ใช่หนังที่เสพง่ายสำหรับผู้ชมทั่วไป แต่หากลองเปิดใจเดินออกมามองหนังห่างๆในมุมกว้าง ไม่มีอารมณ์เปรียบเทียบหรืออคติ และมองที่เนื้อหาของหนังแล้ว ผมว่านี่เป็นผลงานที่น่าดึงดูดและน่าค้นหามากๆเรื่องหนึ่งของเรเฟนเลยทีเดียว บทความด้านบนเองก็เกิดจากการตีความของกระผม ซึ่งหากลองชมดูแล้วอาจจะมองออกมาไม่เหมือนกันและได้อะไรมากขึ้นก็ได้ครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ผมตีความว่า "แม่คือพระเจ้าในสายตาของลูกๆ" คำพูดนี้ จากSilent Hll ฮะ เลยนึกแบบนี้ขึ้นมาได้แล้วอาจจะไปท้าสู้กับ พระเจ้าอีกตนในคราบยมบาลที่ไล่เข่นฆ่าคนอื่นแต่ว่า ท้ายที่สุด ก็ก็ได้รับการอภัยบาปจาก การท้าสู้พระเจ้าที่เขาได้สู้ไปในตอนท้ายที่สุด ตีความได้หลากหลายดีครับ หนังงานภาพอาร์ตสุดๆ
Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Mint Movie on 2013-07-20 02:33

Links