[Movie Review] Red 2

posted on 18 Jul 2013 01:08 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
'คนอึดกลับมาเก๋า แต่ไม่เก๋' คงเป็นคำนิยามที่ผมขอมอบให้ Red 2 ภาพยนตร์แอ็คชั่นภาคต่อที่สร้างอิงจากการ์ตูนของ DC Comics โดยสานต่อเรื่องราวของภาคแรกที่ทำกระแสไว้ได้ค่อนข้างดี ในภาคสองนี้แฟรงก์และมาร์วินถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธร้ายแรง และเมื่อข่าวดังกล่าวไม่ใช่ความลับอีกต่อไป ทำให้ทั้งคู่และซาร่า แฟนสาวของแฟรงก์ต้องหนีตายกันอีกครั้งจากเหล่านักฆ่า, สายลับ, รัฐบาล, แฟนเก่า หรือแม้แต่วิคทอเรียเพื่อนเก่าของพวกเขา แต่ในขณะเดียวกันแฟรงก์และมาร์วินจะต้องไขคดีให้ได้ว่าอาวุธดังกล่าวนั้นถูกซ่อนอยู่ที่ไหน ก่อนที่มันจะไปอยู่ในมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและอาจก่อสงครามขึ้น ทั้งสามต้องเดินทางไปทั่วจากอเมริกาไปอังกฤษ, ฝรั่งเศส และรัสเซีย จนค้นพบความจริงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้คือคนใกล้ตัวของเขานี่เอง
 
หนังเรื่องนี้คงจะเป็นอีกเรื่องที่ผมไม่มีอะไรจะเขียนมากนักครับ แม้จะเคยเห็นแววดีจากตัวอย่างหนัง แต่ยอมรับว่าหนังน่าผิดหวังพอสมควร ข้อเสียหลักๆของ Red 2 และหนังฮอลลีวูดสมัยใหม่หลายเรื่องคือจังหวะหนังที่ดูไม่สมประกอบ และจังหวะขึ้นลงมาไม่ถูกที่ไปหมด โดยใน Red 2 นั้นนำเราเข้าเรื่องอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่พ้น 10 นาทีแรก และก็เล่าแบบไม่หยุดให้เราพักหายใจหรือประมวลเรื่องให้คิดตามเลย แม้เนื้อหาของหนังจะไม่มีอะไรให้คิดต่อมาก แต่อย่างน้อยมันควรให้เราซึมซับกับสถานการณ์มากกว่านี้ครับ การดำเนินเรื่องไม่ให้เราได้สัมผัสกับความร้ายแรงที่แฟรงก์และมาร์วินโดนกล่าวหามากนัก พวกเขายังเดินทางได้อย่างสบายใจพร้อมมีคนยื่นมาช่วยตลอดเวลา ทำให้ภารกิจที่แสนอันตรายนี้สำเร็จอย่างไม่ได้ลงแรงมากนัก นอกจากนี้ตัวละครใหม่ๆที่เข้ามาของ Catherine Zeta-Jones และ Byung-hun Lee ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าตัวประกอบที่ไร้จุดยืนของตัวเอง จะมีก็บทของ Anthony Hopkins ที่ชวนให้น่าสนใจขึ้นมาหน่อย
 
ข้อดีของ Red 2 ที่พอดึงให้ผมไม่หลับคาโรงหนังไปซะก่อนคงจะเป็นมุกขำๆในเรื่องครับ โชคดีที่หนังเต็มไปด้วยตัวละครฮาๆแย่งซีน ทั้ง Mary-Louise Parker, John Malkovich และ Helen Mirren ต่างก็ทำหน้าที่ตรงนี้กันได้ดี แต่อย่างที่ว่าว่ามันเหมือนเอาตัวละครแย่งซีนหลายๆคนมารวมกัน ทำให้ไม่มีใครโดดเด่นเป็นพิเศษเลย ฉากแอ็คชั่นของเรื่องนี้ดูได้พอเอามันส์ แต่ไม่สร้างสรรค์เหมือนภาคแรกครับ นี่จึงกลายเป็นภาคต่อที่น่าผิดหวังอีกเรื่อง ที่สำคัญมันเทียบภาคแรกยังไม่ได้เลยทั้งๆที่มีคนเขียนบทคนเดียวกัน และอดคิดไม่ได้ว่าถ้า Robert Schwentke กลับมาทำหน้าที่กำกับจะออกมาดีกว่านี้ไหม
 

Comment

Comment:

Tweet

Links