[Movie Review] Mud

posted on 19 Jun 2013 01:16 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
"เมื่อกระแสน้ำพัดขยะมาเกยฝั่ง เราต้องรู้จักเลือกเก็บของดี และทิ้งของเสียไป" - Mud ภาพยนตร์ก้าวผ่านอายุของเด็กหนุ่มผู้เฝ้ามองและออกเดินทางผ่านผู้คนรอบๆตัว, สิ่งแวดล้อมของแดนใต้ในอเมริกา ที่หล่อหลอมตัวเขาให้กลายเป็นผู้ใหญ่เฉกเช่นเดียวกับคนที่เขาเคยเฝ้ามอง Jeff Nicols นำเราไปสำรวจชนบทแดนใต้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี เช่นเดียวกับ Take Shelter หนังยังคงเล่าผู้คนและวัฒนธรรมในเมืองผ่านสัญลักษณ์และตัวละคร กับสิ่งต่างๆที่พวกเขาควบคุมมันไม่ได้ และในความที่หนังเป็นสีเทานี้เอง ทำให้ Mud เป็นอีกหนึ่งผลงานที่แผ่ขยายได้มากมายหลายประเด็น และไม่ตัดสินเนื้อหาจนเกินไป ส่วนหนึ่งเพราะหนังเล่าจากมุมมองของเด็ก เอลิส เด็กชายวัย 14 ที่แม้จะมีความเคารพในครอบครัว แต่เขาก็มีการผจญภัยลับๆของเขาเองเสมอ เอลิสและเนคโบน เพื่อนสนิทที่มักนำเรือเล็กๆของพวกเขาออกสำรวจเกาะร้าง พวกเขาพบเรือที่ถูกน้ำท่วมใหญ่พัดขึ้นไปติดบนต้นไม้ และที่เกาะนี้เองทั้งสองได้พบกับชายที่ชื่อว่า'มัด' โดยเขาขอให้เด็กๆช่วยนำอาหารมาให้ระหว่างที่เขาต้องเฝ้ารอหญิงคนรักอยู่บนเกาะนี้

มัดเป็นเหมือนภาพสะท้อนของสังคมชนบทแห่งนี้ ไม่เพียงแค่ชื่อของเขาที่หมายถึงโคลนที่พื้นดินส่วนใหญ่ในตอนใต้มักจะมีลักษณะแบบนั้น ตัวมัดเป็นสะท้อนความเชื่อต่างๆในพื้นที่ ทั้งเรื่องเล่าในอดีตของเขา, รอยสักรูปงู คนรอบๆตัวมัดนอกเสียจากเอลิส มองเขาว่าเป็นคนหลอกลวง และฉลาดแกมโกงที่จะใช้คนอื่น แม้ว่าพวกเขาจะผูกพันกับมัดในแบบลึกซึ้ง แต่ก็ปฏิเสธข้อเสียของเขาไม่ได้ เหตุผลที่มัดต้องหลบมาอาศัยอยู่บนเกาะนั้นเป็นเพราะเขาได้บันดาลโทษะกับชายคนหนึ่งเพื่อจูนิเปอร์ จนติดคดีใหญ่โต ซึ่งไม่ต่างกับเอลิสที่เกิดนิสัยรุนแรงกับความรักวัยเด็กของเขาเอง เอลิสเป็นตัวละครที่นำสิ่งเหล่านี้มาประกอบเป็นอนาคตอย่างรู้ตัวและไม่รู้ตัว แม้กระทั่งกับครอบครัวของเขา ขณะที่พ่อพอใจในชีวิตปัจจุบัน แม่ของเอลิสกลับต้องการเปลี่ยนแปลง เอลิสผูกติดกับพื้นที่ของเขาไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ ขณะที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวเอลิสก็สะท้อนไปถึงแฟนที่อายุมากกว่าของเอลิส และกับความสัมพันธ์ของมัดและจูนิเปอร์เช่นกัน แต่ส่วนสำคัญที่คนเหล่านี้ถูกปลูกฝังและเราเห็นได้กับทุกตัวละคร คือความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน

เรามักได้เห็นการนำเสนอสภาพแวดล้อมเขตใต้ของอเมริกาในภาพยนตร์เป็นลักษณะรุนแรง แต่อย่างที่กล่าวว่า Mud นั้นมีความเป็นสีเทา และไม่ได้ตัดสินความดีชั่วผ่านเพียงแค่ผิวหน้าของมนุษย์ที่มัน Stereotype จนเกินเหตุ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นจุดดีของเรื่องนี้ที่สอดคล้องไปกับลักษณะการเล่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดแทรกสัญลักษณ์ต่างๆ ผสมไปด้วยอารมณ์หลากหลายของชีวิต แม้จะหนักหน่วงแต่ก็ออกมากลมกล่อมและน่ารักในมุมมองของเด็ก ซึ่งมันอาจจะเอื่อยเกินไปแต่ก็นับเป็นความฉลาดในการเล่าหนังมากๆ ข้อสำคัญที่สุดคือทีมนักแสดง ไม่ว่าจะบทน้อยบทมาก พวกเขาถ่ายทอดความเป็นชาวใต้ออกมาได้จับใจไม่แพ้หนังรางวัลหลายๆเรื่อง ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้ชื่นชอบหนึ่งในนักแสดงนำอย่าง Mathew McConaughey มากนัก และยังคิดว่าเขาก็เล่นในแบบมาตรฐานกับเรื่องนี้ แต่ผู้ที่ขโมยซีนและเป็นเสาหลักของเรื่องมากที่สุดคือ Tye Sheridan นักแสดงเด็กที่สื่ออารมณ์ได้เกินเด็กมากๆ เรียกว่าแววดีน่าจับตามองสุดๆในปีนี้

Mud เป็นดินที่ถูกกระแสน้ำชะจนเหลวและเหนียวไปกับพื้นผิว เป็นดินที่สามารถพัดไปกับแม่น้ำที่เคลื่อนไหวอย่างไร้การควบคุม เฉกเช่นเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ควบคุมสิ่งต่างๆบนโลกไม่ได้แม้จะเป็นพื้นที่หรือคนรักของตัวเอง ดั่งสังคมที่แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links