[Movie Review] Man of Steel

posted on 13 Jun 2013 00:57 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
'ถ้าไม่ได้คอยช่วยโลกให้พ้นภัย ชายในผ้าคลุมสีแดงคนนี้จะทำอะไร?' Man of Steel เป็นภาพยนตร์รีบูทของซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังที่สุดในโลกอย่างซุปเปอร์แมน ครั้งหนึ่งแฟรนไชส์ตัวละครนี้เคยประสบความสำเร็จมากช่วงปลายปี 70 ถึงต้นปี 80 และก็เงียบหายไป แม้กระทั่งภาคต่อในปี 2006 ของ Bryan Singer อย่าง Superman Returns ก็ดูจะยังยืนชีพให้กับตัวละครนี้ไม่ได้ ในปี 2013 นี้ Zack Snyder ผู้กำกับ 300 ร่วมด้วย Christopher Nolan ได้จับมือร่วมกันนำซุปเปอร์แมนกลับมาบนแผ่นฟิล์มอีกครั้ง หลังจากโนแลนการันตีความสำเร็จไปแล้วกับไตรภาค The Dark Knight ก็ยิ่งทำให้น่าสงสัยว่าทิศทางของหนังซุปเปอร์แมนยุคโมเดิร์นนี้จะมีทิศทางเป็นอย่างไร ใน Man of Steel นั้นเรียกว่ารีบูทใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ และไม่เหลือของเก่าจากหนังชุดแรกเลยก็ว่าได้ แต่เป็นหยิบเอาเนื้อเรื่องและองค์ประกอบของฉบับการ์ตูนมาดัดแปลงใหม่หมด 'คลาร์ก เคนท์' ไม่ได้เริ่มต้นชีวิตฮีโร่ที่สวยหรู และกลายเป็นที่รักของคนในชั่วข้ามคืน หนังให้เขาค้นหาตัวเอง มองหาจุดยืนบนโลกใบนี้ในฐานะคนนอกและคนใน หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับมนุษย์กว่า 30 ปี คลาร์กจะต้องตัดสินใจใช้พลังอันมหาศาลของเขาเพื่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และตัวเขานั้นพร้อมจะแบกภาระนี้หรือไม่
 
แม้จะเป็นหนังที่ผมตั้งความหวังมากที่สุดในปีนี้ ยอมรับว่าไม่ผิดหวังครับ แต่นั่นไม่ได้หมายถึง Man of Steel จะไม่มีข้อเสียซะเลย เนื่องจากหนังมีสไตล์สองด้านที่ชัดเจนมาก คือดราม่าผสมแอ็คชั่น ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่าดราม่ากลับไปไม่สุดนัก หนังเริ่มต้นที่ดาวคริปตันกับการล่มสลายของอารยธรรมดาวหนึ่งที่มีการออกแบบน่าสนใจมาก จอร์-เอล หัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์ของชาวคริปโตเนี่ยน ยืนยันการพลังทลายของดาวบ้านเกิดและยืนยันให้มีการอพยพ ขณะที่กำลังเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อซ็อดพยายามยึดอำนาจ ชาวคริปโตเนี่ยนถูกสร้างขึ้นให้มีเป้าหมายในชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ขณะที่คาล-เอล ลูกชายของจอร์-เอลเกิดมาอย่างธรรมชาติและมีสิทธิกำหนดชะตาของเขา เขาได้ส่งลูกชายหลบหนีการพังทลายของคริปตันและซ็อดมายังโลก หนังพาเรากลับมาชมคลาร์กวัยหนุ่มบนเรือประมง และให้เห็นความเป็นฮีโร่ของเขาที่คอยช่วยเหลือคน แต่คลาร์กไม่ได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติเพราะเขาถูกสอนให้ปกปิดความลับนี้มาตั้งแต่เด็ก เราได้หันกลับมามองคลาร์กในวัยเด็กว่าเขาต้องเผชิญอะไรบ้าง และอะไรที่ทำให้คลาร์กวัยหนุ่มต้องเร่ร่อนไปเรื่อยอย่างไร้ที่ยืน จนกระทั่งคลาร์กได้พบกับสถานที่ที่ทำให้เขาได้เชื่อมต่อกับโลกที่เขาจากมาอีกครั้ง ครึ่งเรื่องแรกนั้นเน้นไปที่การสร้างฐานตัวละครทั้งสิ้น ซึ่งผมมองว่ามันยังมีพลังไม่มากพอ หนังเล่าแบบกระโดดข้ามไปมาทำให้อารมณ์ร่วมกับความสัมพันธ์ของครอบครัวหายไป ที่สำคัญคือหนังพูดเรื่องการกลายเป็นสัญลักษณ์ความหวังของซุปเปอร์แมน แต่เรากลับสัมผัสไม่ได้ถึงความอ่อนโยนของคำนี้เลย
 
แม้หลายคำวิจารณ์จะมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างคลาร์กและโลอิสไม่ดีนัก แต่ผมกลับชอบแบบนี้มากกว่า เพราะอย่างน้อยมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิงยาวต่อได้ และให้อารมณ์คนแปลกหน้าดีแม้จะพัฒนาเร็วไปหน่อยก็ตาม คลาร์กไม่ได้จู่ๆใส่ผ้าคลุมบินไปเป็นฮีโร่ เพราะสิ่งที่ทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของพลังที่เขามี คือการมาของซ็อด ภัยคุกคากที่อาจฆ่ามนุษย์ทุกคนบนดาวดวงนี้ และนำพาเขาเข้าสู่สังเวียนการต่อสู้ของชาวคริปโตเนี่ยนในที่สุด ซึ่งหากใครมาชมโดยหวังเอามันส์ล่ะก็ รับรองว่าครึ่งหลังไม่ผิดหวังแน่นอน เรียกว่าอัดหนักซีนต่อซีนไม่มีหยุดเลย เรียกว่าเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีฉากไคลแม็กซ์มันส์ที่สุดก็ไม่ผิด ฉากเหล่านี้โชว์โปรดัคชั่นงานสร้างได้เป็นอย่างดี ทั้งศักยภาพของซุปเปอร์แมนที่ถูกโชว์อย่างมีประสิทธิภาพ มุมกล้องที่ช่วยส่งเสริมความเร็วของการต่อสู้ได้ดีเหลือเกิน เรียกว่าสู้กันถล่มทลายของแท้ แต่ก็ยังดูสวยแทบทุกช็อต บวกเข้ากับดนตรีประกอบของ Hans Zimmer ที่ทรงพลังและส่งเสริมฉากต่างๆได้เป็นอย่างดี ในด้านนักแสดงนั้น สองดาราพระนางอย่าง Henry Cavill และ Amy Adams ถือว่าอยู่ในระดับดี โดยสามารถเป็นคลาร์ก/โลอิสคู่ใหม่ขวัญใจแฟนๆได้ไม่ยากเลย แต่ที่ชอบมากๆคือการแสดงของ Michael Shannon ในบทนายพลซ็อดที่ดูผิดหูผิดตาไปจากที่เคย น่าเสียดายที่บทของ Russell Crowe, Kevin Costner และดาราสมทบคนอื่นๆจะน้อยไปหน่อย เพราะตัวละครนำหลายๆตัวมีบทบาทต่อเรื่องที่น่าสนใจทั้งสิ้น
 
Man of Steel ถือเป็นภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่คุณภาพเรื่องหนึ่ง มันยิ่งใหญ่, โอ่อ่า และบ้ามากๆ ขอชื่นชมความทะเยอทะยานของทีมงานที่พยายามสร้างอะไรฉีกไปจากเดิมที่ดูดีและเข้ากับยุคนี้ แม้มันอาจไปได้ไม่สุดทาง แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม เพราะมันสร้างความน่าติดตามได้มากๆ และอดสงสัยไม่ได้ว่าภาคต่อของภาพยนตร์เรื่องนี้จะออกมาในรูปแบบไหน
 

Comment

Comment:

Tweet

เห็นด้วยเรื่องการเริ่มต้นครับ ผมว่ามันยังไปได้มากกว่านี้ ทั้งนี้ก็ต้องดูภาคต่อล่ะนะ...

#2 By FIEPun on 2013-06-22 23:03

ส่วนตัวแล้วชอบมากชอบกว่า batman เพราะมันเหมือนเติมเต็มความบ้าได้แบบสุดๆ
แต่มันก็ยังมีอารมณ์แปร่งๆเหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องถือว่าเข้มข้นโดนใจผมเลย

#1 By blueboat on 2013-06-20 20:46

Links