[Movie Review] After Earth

posted on 05 Jun 2013 23:52 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
After Earth ภาพยนตร์ไซไฟอนาคตเรื่องแรกของผู้กำกับ M. Night Shyamalan เจ้าพ่อหนังสยองขวัญหักมุมที่พักหลังลองเปลี่ยนแนวจับงานสไตล์อื่นดูบ้าง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากไอเดียของ Will Smith ที่เป็นป๋าดันให้กับหนัง พร้อมแสดงเองและเทรนด์ลูกชาย Jaden Smith มาร่วมรับบทนำอีกด้วย เมื่อมนุษย์ใช้ชีวิต ณ ดาวดวงอื่น  คงไม่ต้องบอกว่าหนังหยิบเอาความสัมพันธ์พ่อลูกมาเป็นการดำเนินเรื่อง เรจ คนพ่อเป็นผู้บัญชาการใหญ่ของเรนเจอร์ เขาสามารถขจัดความกลัวได้เรียกว่า "โกสต์" ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญในการอำพรางตัวจากเอเลี่ยนนักล่านามว่าเออร์ ซ่า ขณะที่คีไท ลูกของเรจนั้นมีความมุ่งมั่นในการพิสูจน์ตัวเองให้พ่อของเขายอมรับ ไม่ว่าตัวเขาเองจะกลัวขนาดไหนก็ตาม ระหว่างที่สองพ่อลูกคู่กำลังเดินทางบนอวกาศ ยานของพวกเขาประสบอุบัติเหตุและตกลงบนโลก เรจบาดเจ็บหนักอยู่บนยาน ทำได้เพียงนำทางลูกชายของเขาจะต้องเดินทางไปผจญบนดาวดวงนี้เพียงลำพังเพื่อตามหาเครื่องสัญญาณขอความช่วยเหลือ แถมคีไทต้องฝ่าด่านสัตว์บนดาวที่ต่างกลายพันธุ์เป็นนักล่าที่ไม่ได้ลิ้มรส มนุษย์มานานอีกด้วย
 
ในความเป็นภาพยนตร์แล้ว ผมมองว่าทิศทางของ After Earth นั้นน่าสนใจดีครับ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เชยมากๆด้วย เรียกว่าชมตัวอย่างของเรื่องนี้ก็แทบจะรู้เรื่องเกือบหมดแล้ว ช่วงต้นหนังเล่าเร็วมากราวกับตัดต่อไม่เสร็จ เพราะมันแทบไม่ให้เวลาเราได้ศึกษาตัวละคร/ความสัมพันธ์พ่อลูกเบื้องต้น/หรือการใช้ชีวิตของคนในยุคนั้นเลย เมื่อเรื่องลงมายังโลก จากที่เล่าเร็วๆก็หนืดขึ้นในทันตาอย่างกับหนังคนละม้วน ระหว่างแอคต์ 2 นี่เกือบหลับไปหลายต่อหลายฉาก ข้อดีของหนังเรื่องนี้คือช่วงฉากอันตรายและฉากแอ็คชั่นนั้นยังมีดีพอตัวที่ทำให้สะดุ้งตื่นกลับมาดูได้ พอจะลุ้นไปด้วยบ้างแม้เหตุการณ์มันจะวนไปวนมา น่าเสียดายที่ระหว่างผจญในป่านั้นกลับไม่มีฉากเด็ดใดๆให้ติดตา และดูมาง่ายไปง่ายซะหมดแม้กระทั่งฉากที่ควรจะซึ้งยังไม่ซึ้ง ตัวบทที่เน้นเรื่องความกลัว ก็ดูไม่หนักแน่นมากพอที่ตัวละครคีไทจะ coming of age ได้เร็วขนาดนั้น ที่แล้วใหญ่คือความสัมพันธ์พ่อลูกกลับดูทื่อซะยิ่งกว่าประเด็นความกลัวซะอีก ส่วนหนึ่้งเพราะคาร์แร็คเตอร์ของเรจนั้นนิ่งมาก และมีเพียงไม่กี่ฉากที่สองพ่อลูกได้เข้าซีนด้วยกัน และทั้งคู่ยังสื่อสารผ่านจอพร้อมกับบทสนทนาที่ดูยัดเยียดดราม่าเกินเหตุอีกด้วย
 
ส่วนที่ชอบใน After Earth คงจะเป็นงานดีไซน์ครับ พวกเสื้อผ้า/พร็อพ/และอินทีเรียดูน่าสนใจดี ชวนให้นึกถึงเมืองในภาพยนตร์เรื่อง Time Machine ที่ดูพัฒนาแล้ว งานดนตรีประกอบของ James Newton Howard ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่ พอจะบิ๊วอารมณ์หนังได้บ้างแต่ก็ไม่มากนัก น่าเสียดายที่ After Earth ยังคงไม่ใช่หนังคืนฟอร์มของผู้กำกับเอ็มไนท์ แม้หากเทียบกับหนังเรื่องก่อนของเขาแล้วดีกว่า แต่ก็ยังขาดสเน่ห์และความน่าติดตามอยู่มาก โดยเฉพาะกับเอ็มไนท์ที่เคยขึ้นชื่อเรื่องไอเดียแล้วด้วย
 

Comment

Comment:

Tweet

Links