[Movie Review] To the Wonder

posted on 20 Apr 2013 17:00 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
"ความรักที่รักเรานั้นคืออะไร รักที่ไม่ได้เกิดจากสิ่งใด แต่มาจากทุกหนแห่ง" - To the Wonder ภาพยนตร์บทกวีปรัชญาของ Terrence Malick ที่เป็นเหมือนภาพยนตร์พี่น้องกับ The Tree of Life ปี 2011 แต่มีความแตกต่างกันที่ค่อนข้างชัดเจน ขณะที่ The Tree of Life เล่าเรื่องผ่านภาพ ใน To the Wonder เล่าผ่านตัวละครและคำพูดเพียงไม่กี่คำของพวกเขาในการสื่อถึงความรักในรูปแบบต่างๆ จริงๆแล้วมันค่อนข้าง Surreal ในระดับหนึ่ง เนื่องจากบทพูดในเรื่องนี้มีความเจ้าบทเจ้ากลอนสูง ความรักที่หนังเล่าจึงออกมานุ่มนวลต่างจากหนัง Mainstream เรื่องอื่นๆ นีลและมาริน่า คู่รักที่ใช้ชีวิตอยู่มีความสุขในปารีส พวกเขาไปยังที่ต่างๆอย่างโบสถ์กลางน้ำมองต์ เซนต์ มิเชล และชายฝั่งของแม่น้ำแซน เมื่อมาริน่าตัดสินใจย้ายมาอยู่ในอเมริกากับนีล ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มเกิดปัญหา ดั่งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปสิ้นเชิง เมืองตามชนบทเต็มไปด้วยทุ่งหญ้า หมู่บ้านที่โดนเขตก่อสร้างกระจายสารพิษ มาริน่าใช้ชีวิตโหยหาความรัก เธอมีจิตวิญญาณรักอิสระแต่ผูกตัวเองไว้กับชายคนหนึ่ง แตกต่างกับนีลที่ไม่ต้องการการผูกมัด เมื่อเธอต้องย้ายกลับฝรั่งเศสด้วยเหตุจำเป็น นั่นทำให้นีลได้พบกับเจน คนรักเก่าของเขาที่ทำให้รักกันสมบูรณ์ของเขากับมาริน่าค่อยๆหายไป
 
เจนเองก็พูดถึงความรักในอีกรูปแบบหนึ่ง ความกลัวที่จะรักและกลัวที่จะผิดหวังหลังจากความสัมพันธ์เก่าของเธอไปไม่รอด ขณะเดียวกันหนังยังเล่าอีกพระที่เป็นเหมือนแหล่งรวมความศรัทธาของคนในพื้นที่นี้ ตัวเขาเองพูดถึงความรักของพระเจ้า แต่เขากลับกำลังหมดซึ่งศรัทธา และตัดพ้อกับพระเยซูดั่งคนรักเก่าที่ทอดทิ้งเขาไป เพื่อความสัมพันธ์เหล่านี้ผูกเข้าด้วยกัน มาลิคสามารถเล่ามันได้อย่างปราณีตและงดงามราวกับภาพเพนต์ ขณะที่การถ่ายทำก็ยิ่งทำให้หนังสมบูรณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสถานที่ถ่ายทำ, มุมกล้องและลำดับภาพที่ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับตัวละครราวสัมผัสได้, การเลือกนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงกระซิบและสีหน้าเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที แต่เมื่อหนังเรื่องนี้เปรียบเหมือนภาพวาดแล้ว มันก็มีข้อดีและเสียของมันเอง เพราะหนังไม่ได้อธิบาย context ของมันเองชัดเจนแม้จะพูดถึงประเด็นเดียวกัน ซึ่งก่อให้เกิดการตีความต่างๆมากมาย แต่ก็อาจทำให้ดูแล้วงงไปเลยได้เหมือนกัน บริบทการเล่าเรื่องจะลื่นไหลไปตามธรรมชาติ ทว่าการเล่าภาพนั้นมีการวางองค์ประกอบที่ชัดเจนเสียจนราวกับถูกจัดวางมา
 
ถ้าหาก To the Wonder ถูกเล่าแบบภาพยนตร์ทั่วไป มันคงเป็นภาพยนตร์ที่ล่องลอยเสียจนจับต้องไม่ถึง เพราะยากจะเข้าถึงในความไม่ชัดเจนของมันเอง แต่มาลิคก็ได้เลือกวิธีเล่าที่เหมาะกับหนังมากที่สุด ซึ่งไม่ได้ถูกตีกรอบด้วยการเล่าเรื่องตามโครงสร้างภาพยนตร์เดิมๆ ทำให้หนังสามารถปลดปล่อยให้เราฟุ้งได้เต็มที่ แม้เมื่อเทียบกับ The Tree of Life แล้วสเกลคงไม่เท่ากันก็ตาม
 

Comment

Comment:

Tweet

Links