[Movie Review] Oblivion

posted on 10 Apr 2013 23:52 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
Oblivion ภาพยนตร์ไซไฟโลกอนาคต ผลงานล่าสุดของ Joseph Kosinski ผู้กำกับ Tron: Legacy ที่เดิมทีเคยเป็นนิยายภาพที่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์ของเขาเอง จนกระทั่ง Radical ได้หยิบเอามาทำใหม่และสร้างเป็นภาพยนตร์ในที่สุด หนังว่าด้วยเรื่องราวการสำรวจโลกหลังโลกาวินาศ เมื่อมนุษย์ทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่ถูกเรียกว่า Scavs แม้จะชนะในการต่อสู้ ทว่าสงครามนี้ก็ทำให้ทั้งโลกพังย่อยยับ มนุษยหันไปใช้ชีวิตบนอวกาศ แจ็คเป็นช่างซ่อมโดรนที่อยู่ในสถานีลอยฟ้าบนโลกเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรบน โลก ระหว่างปฏิบัติงานที่พื้นดินเขาได้พบกับหญิงสาวและกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง และนั่นทำให้ความเชื่อในอดีตทั้งหมดของแจ็คถูกตั้งคำถาม ซึ่งท้ายที่สุดชะตาของมนุษยชาติจะตกอยู่ในสิ่งที่เขาตัดสินใจทำต่อไป แม้ว่าผมจะสนใจด้านงานภาพของเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหวาดเสียวกับเนื้อเรื่องที่อาจทำได้ไม่ถึงด้วยทิศทางของตัวอย่างที่ใช้โปรโมต และสุดท้ายก็ออกมาตามคาด 'บทความด้านล่างนี้มีการกล่าวถึงเนื้อหาสำคัญของเรื่อง อาจทำให้เสียอรรถรสในการชมได้'
 
บทหนังของ Oblivion เหมือนเป็นการหยิบเอาพลอตและวิชวลของหนังไซไฟหลายๆเรื่องมาปั่นรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น Wall-E, Moon, The Island, 2001: A Space Odyssey และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งการหยิบยืมลักษณะเด่นของหนังเรื่องอื่นๆมาใช้มากเรื่องเข้า นั่นทำให้หนังหมดความเป็นออริจินัลไปทันที อีกทั้งยังแบกประเด็นของเรื่องนั้นๆมาด้วย ซึ่ง Oblivion ประเด็นหลักๆคือเรื่องความทรงจำ ที่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงไหนเพราะประเด็นซัพพลอตเยอะเหลือเกิน ขณะเดียวกันซัพพลอตเหล่านั้นก็ถูกเล่าไม่หมดเช่นกัน ส่วนตัวแล้วเสียดายบทมากๆ เพราะมันสามารถกลมกล่อมมากกว่านี้ถ้าหากไม่หลงไปกับประเด็นรองมากเกินไป อาทิเช่นฉากรักสามเส้า เป็นต้น อีกทั้งช่องโหว่ในบทนั้นมากมายจนทำให้หนังฟังไม่เข้าท่า การดำเนินเรื่องเองก็ไม่ได้ต่างไปจากคราว Tron: Legacy คือตื่นตาตื่นใจได้เพียงแค่แอ็คแรกๆ เมื่อเข้าครึ่งหลังหนังก็หน่วงและเล่าเรื่องช้ากว่าเหตุการณ์จนเกินงาม แม้จะมีฉากแอ็คชั่นมาเสริม แต่ตัวหนังก็ยังมีติดกลิ่นไซไฟอินดี้อยู่บ้าง เมื่อเอามารวมกันมันเลยไม่ลงตัวนัก โชคยังดีที่คาร์แร็คเตอร์ของตัวละครนำนั้นครบถ้วนน่าติดตามดี จะน่าเสียดายก็คงเป็นตัวร้ายที่ขาดบุคลิกมากไปหน่อย
 
ด้านภาพ, มุมกล้อง, การตัดต่อ และงานออกแบบ ยอมรับว่าเด็ดจริงๆสำหรับเรื่องนี้ โดยเฉพาะเมื่อชมในระบบ IMAX แล้วทำให้สเกลหนังใหญ่ขึ้นพอตัว แม้จะทำให้นึกถึงคราวทรอนซะเยอะก็ไม่เป็นไร ดนตรีประกอบของ M83 ไพเราะเข้ากับหนังก็ยังมีกลิ่น Daft Punk ครั้งทรอนอยู่บ้าง นักแสดงนำ Tom Cruise, Olga Kurylenko และ Andrea Riseborough ทำได้ยอดเยี่ยมและช่วยด้านอารมณ์ของหนังไว้ได้เยอะ ส่วนตัวแล้วผมมองว่า Kosinski มีความสามารถด้านการเล่าภาพมากกว่าเล่าเรื่อง น่าจะหาผู้กำกับคู่ใจมาทำงานด้วยซักคน อย่างไรก็ตาม Oblivion ก็เป็นหนังโปรดัคชั่นใหญ่ที่ไม่ได้เลวร้ายนัก และดูสนุกลุ้นเพลินอยู่พอตัว
 

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งได้ดูสดๆร้อนมาเลยค่ะ ภาพสวยมากจริงๆ
และเห็นด้วยที่ว่ามันเหมือนเอาหนังไซไฟจากหลายๆเรื่องเข้ามาผสม และหนังก็เกือบจะหลุดประเด็นหลักไปแล้วจริงๆอย่างที่จขบ.บอก เพราะประเด็นรองมันเด่นกว่านั้นแหละ แต่ก็เป็นหนังที่ไม่ควรพลาดอีกเรื่องเนอะ

#1 By ►JuNo★iji◄ on 2013-04-11 17:30

Links