[Movie Review] Olympus Has Fallen

posted on 19 Mar 2013 23:48 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
Olympus Has Fallen หนึ่งในภาพยนตร์ยึดทำเนียบขาวปีนี้ เป็นผลงานล่าสุดของ Antoine Fuqua จาก King Arthur และ Shooter หนังว่าด้วยเรื่องของไมค์ แบนนิ่ง หน่วยรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดีที่ถูกปลดจากตำแหน่งเนื่องจากเขาทำงาน พลาดจนสตรีหมายเลขหนึ่งต้องเสียชีวิต แต่เมื่อสถานการณ์พลิกผัน ผู้ก่อการร้ายได้บุกยึดทำเนียบขาวโดยจับกุมตัวประธานาธิบดีไว้ ไมค์ที่ยังติดอยู่ในทำเนียบจึงกลายเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยผู้นำประเทศและรักษาความมั่นคงของชาติไว้ได้ ด้วยความที่โปรดัคชั่นและทุนสร้างต่ำจนหน้าหนังเกือบจะเป็นเกรดบี ทำให้ความคาดหวังกับเรื่องนี้ต่ำไปด้วย และก็เห็นจะไม่ผิดคาดนัก ในความทุนต่ำของหนังแล้ว ความใส่ใจในบทก็ต่ำไปด้วย และกลายเป็นหนังแอ็คชั่นดาษดื่นที่ไม่ได้มีอะไรให้น่าติดตามนัก
 
บทภาพยนตร์นี้ถูกเขียนมาอยู่ในระดับพอใช้ ไม่ถึงกับเข้าง่ายออกสะดวกเหมือนหนังแอ็คชั่นเกรดบี แต่ก็มีช่องโหว่ในเนื้อหาเยอะ ทั้งที่จุดกำเนิดของเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หนังก็ไม่เล่าบทบาทของฝั่งเกาหลีเหนือและใต้มากนัก ทั้งๆที่มันกระทบโดยตรงพอๆกับอเมริกา พอจะเข้าใจว่าเป็นหนังอเมริกันฮีโร่ แต่ใส่ตัวละครทางเลือกมาบ้างก็ยังดี ไม่ใช่ไปหาทางออกง่ายๆให้ตัวร้ายที่อุดมการณ์สูงแต่ไร้จุดยืน ขณะเดียวกันแม้สถานการณ์จะบีบเรื่อยๆ แต่ความมึนของการรับมือทั้งฝั่งรัฐบาลและฝั่งผู้ก่อการร้ายก็ทำให้หนังเดาง่ายเกินไปและไม่ได้มีอารมณ์ร่วมด้วยนัก ซึ่งหากใครบอกว่านี่มันหนังแอ็คชั่นดูเอามันส์ จะเอาบทระดับออสการ์หรืออย่างไร? ถ้าอย่างนั้นก็ลงมามองที่ซีนแอ็คชั่นกันบ้าง คิวบู๊นั่นจัดเต็มทั้งแต่ต้นและก็เอื่อยขึ้นเรื่อยๆ จุดดีคือมันอัดหนักและฆ่ากันจริงจังไม่พูดพร่ำทำเพลง ทว่าก็ไม่ได้มีอะไรใหม่มากไปกว่ายิงกันไปยิงมา ต่อยกันไปเตะกันมา โดยที่ไม่หาความท้าทายให้คิวบู๊หรือเล่นรวมไปกับเซตติ้งเลย
 
ส่วนหนึ่งที่ไม่อินไม่ลุ้นไปกับหนังคือความเหนือเมฆของพระเอกที่ดูไร้จำกัดไปหน่อย เป็นตั้งแต่ศิลปะการต่อสู้จนแฮ็กระบบที่แม้แต่แฮ็กเกอร์มือดีของผู้ก่อการร้ายก็สู้ไม่ได้ แถมอัดไม่ยั้งแบบไม่เหน็ดไม่เหนื่อยทีเดียว อีกทั้งฟิลเตอร์ของหนังค่อนข้างมืดจนมองแทบไม่ออกว่าใครทำอะไรใครบวกกับซีจีที่ดูง่อยแบบไม่จำเป็นต้องมี ยังดีที่พอจะมีดนตรีประกอบให้มันส์ได้บ้าง น่าเสียดายที่แม้กระทั่งนักแสดงนำตัวพ่อของวงการทั้งสามอย่าง Gerard Butler, Aaron Eckhart และ Morgan Freeman ก็ยังพยุงหนังไว้ไม่ได้ และกลายเป็นหนังที่ล้มดั่งชื่อเรื่องนั่นเอง
 

Comment

Comment:

Tweet

Links