Review 'Django Unchained'

posted on 27 Jan 2013 19:01 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
Quentin Tarantino อีกหนึ่งผู้กำกับที่เรียกได้ว่ามีสไตล์เป็นของตัวเองสูงมากๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเล่าเรื่อง, ความรุนแรง และตัวละครที่สุดจะสร้างสรรค์ และสำหรับ Django Unchained นี้ก็นับเป็นผลงานที่สมบูรณ์มากๆอีกเรื่องของเควนตินที่มองข้ามไม่ได้ นี่คือเรื่องราวของ Django ที่ไม่อ่านออกเสียง'D' ฮีโร่ผิวสีที่หลุดจากการเป็นทาสด้วยความช่วยเหลือของ Dr. Schultz นักล่าเงินรางวัลชาวเยอรมันผู้มอบอิสรภาพแก่จังโก้ ด้วยความแตกต่างของเขา ดร.ชุลซ์ จึงเริ่มเกิดความสนใจในตัวจังโก้ และช่วยเขาตามหาภรรยาที่ถูกขายเป็นทาสให้กับ Calvin Candie ชายมั่งมีเจ้าของไร่แคนดี้แลนด์แสนซาดิสต์ที่ชอบใช้ทาสเป็นเครื่องมือเพื่อความสนุกสนาน จังโก้และดร.ซุลซ์จะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อหลอกล่อแคนดีให้ขายภรรยาจังโก้ แต่หารู้ไม่ว่าทั้งสองกำลังจะชี้ชะตาเป็นหรือตายของพวกเขาเอง แน่นอนว่าในด้านความโหด-ดิบและความใหม่ของตัวละคร เควนตินย่อมไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังแน่นอน แต่ความครบเครื่องของเรื่องนี้กลับมีบางอย่างแตกต่างไปจากหนังเรื่องก่อนๆของเขา ที่มันสร้างความบันเทิงได้ดีจริงๆ
 
การเล่าเรื่องของ Django Unchained ไม่ได้ถูกแบ่งเป็นตอน แต่เล่าเป็นเรื่องไลน์เดียว ก่อนที่เราจะเข้าสู่วังวนในแคนดี้แลนด์ กว่าครึ่งเรื่องเราได้ศึกษาตัวละครหลักทั้งสองเต็มที่ และผูกเราเข้ากับประเด็นทาสในอเมริกาได้อย่างเข้าถึง Jamie Foxx และ Christoph Waltz สามารถดึงเราให้ร่วมเดินทางจังโก้และดร.ซุลซ์อย่างเต็มพิกัด โดยเฉพาะคนหลังที่ยังคงสร้างคาร์แร็คเตอร์ที่น่าติดตามอีกครั้ง ขณะที่ครึ่งเรื่องหลังล้วนเป็นบทสนทนาตาต่อตาฟันต่อฟันของตัวละครที่มีชั้นเชิง อีกทั้งความรุนแรงที่ค่อยทวีขึ้น บทหนังสามารถพลิกแพลงให้เราแปลกใจได้ตลอดเวลา ทั้งยังเบิกตัวละครใหม่ที่แสบสันทั้งนั้น เริ่มจากนายแคนดีรับบทโดย Leonardo DiCaprio ที่แย่งซีนทุกคนมากๆจนน่าแปลกใจว่าทำไมเขาไม่ได้ชิงอะไรในเวทีออสการ์เลย ส่วนทาสรับใช้สุดซื่อสัตย์สตีเฟน รับบทโดย Samuel L. Jackson ที่ก็มาดเก๋าไม่แพ้กัน ความกลมกล่อมครบเครื่องของเรื่องคือการผูกตัวละครที่คาร์แร็คเตอร์โดดเด่นเหล่านี้ให้มีบทบาทผสมผสานกันอย่างลงตัว นั่นยิ่งทำให้บทสนทนาของพวกเขาดูสนุกเข้าไปอีก
 
แม้ว่าหนังจะยาวเกือบ 3 ชั่วโมง Django Unchained ก็เล่าเรื่องได้สนุกไม่ติดขัดหรือผลอยหลับเลย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีสไตล์เป็นของตัวเองสูงมาก หากใครรักงานเก่าๆของเควนตินก็จะรักงานนี้แน่ๆ ถ้าใครไม่ใช่แฟนหนังของเควนตินอาจต้องปรับตัวกับการเล่าหนังเสียหน่อย ซึ่งถ้าชินแล้วเชื่อว่าจะสนุกไปกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วน่าดูมากๆ เลยค่ะ *-*

#2 By HoRo ... ll on 2013-01-28 21:55

Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Simplificity on 2013-01-27 20:40

Links