Review 'Zero Dark Thirty'

posted on 17 Jan 2013 23:58 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
'เมื่อความเสี่ยงในการกระทำเอาชนะความเสี่ยงของการไม่กระทำ' Zero Dark Thirty ผลงานกำกับของ Kathryn Bigelow จาก The Hurt Locker ถามผู้ชมต่อสถานการณ์แบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งงานนี้เธอก็สามารถสร้างความเหนือชั้นได้มากกว่าครั้งก่อน นี่เป็นการเล่าจากประสบการณ์ตรงของเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง หลายสิบของหน่วยราชการลับและปฏิบัติการทหารที่ทำงานกันทั่วโลก ต่างทุ่มเทให้กับเป้าหมายหนึ่งเดียว การตามล่าผู้ก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก อุซามะห์ บิน ลาดิน โดยมายา เจ้าหน้าที่หญิงที่ทำงานนี้มาตลอด 12 ปีและต้องแลกกับชีวิตส่วนตัวและชีวิตของเพื่อนมากมายเพื่อบรรลุเป้าหมาย ในขณะที่การไล่ล่าเริ่มเงียบลงเรื่อยๆจากหลายๆฝ่าย เธอยังมั่นคงในข้อสันนิษฐานของเธอ และนั่นก็นำมาสู่ปฏิบัติการบุกจู่โจมของหน่วยซีลในที่สุด
 
ความเหนือชั้นของภาพยนตร์เริ่มจากบทภาพยนตร์ที่เล่าภารกิจข้ามทศวรรษออกมาได้น่าติดตามและแปลกใหม่ แม้ว่าหนังจะอัดข้อมูลเยอะมากๆจนตามเรื่องแทบไม่ทันในช่วงต้นๆ แต่ก็สามารถครอบคลุมบทสรุปข้อมูลและเหตุการณ์ที่เล่าออกมาอย่างลื่นไหล ในด้านการสืบสวนและบทบาทการทหารอาจไม่ได้หวือหวา ทว่ามันก็กลมกล่อมซะจนทำให้เราลุ้นได้ตลอดเวลา ระหว่างการตามล่าอันเข้มข้น หนังก็ยังจิกกัดการเมืองได้อย่างเจ็บแสบ และข้อดีของหนังเรื่องนี้ที่แม้จะเล่าในมุมอเมริกัน แต่บทมีความเป็นกลางสูงมาก และไม่ได้ยกฝั่งใดฝั่งหนึ่งขึ้นหิ้ง หนังลดความเป็นทริลเลอร์มาตั้งอยู่บนเหตุการณ์จริง ซึ่งความสมจริงนี้ก็ยิ่งทำให้เราลุ้นตัวโก่งเข้าไปอีก อีกความเก่งกาจของงานกำกับคือตัวละครในเรื่องเยอะมากๆ การสลับบทบาทก็ยังสามารถเล่าได้ไม่ขัดถึงแม้จะมีตัวละครนำเพียงคนเดียว โดย Jessica Chastain รับบทมายา (ที่ยังคงเป็นตัวละครเสพย์ติดต่อหน้าที่อีกเช่นเคย) และเชสเท่นก็สามารถแบกบทและหนังทั้งเรื่องไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
 
Zero Dark Thirty นับเป็นงานมาสเตอร์พีซของบิเกโลว์ทีเดียว นอกจากเธอจะโชว์ศักยภาพด้านวิสัยทัศน์ในการเล่าเรื่องแล้ว ยังสามารถคงความเป็นตัวเองไว้ได้ในชิ้นงานที่ยากขึ้นกว่าเดิม หลังดูจบลงผมรู้สึกเหมือนถูกทิ้งอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่รู้จะดีใจ, โล่งใจ หรือสลดใจ มันโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

Links