Review 'Cloud Atlas'

posted on 15 Nov 2012 00:03 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
"ความกลัว ความเชื่อ ความรัก ปรากฏการณ์ที่จะกำหนดเหตุผลของการมีชีวิต สิ่งเหล่านี้มีอยู่มานานก่อนที่เราจะเกิด และจะดำเนินอยู่ต่อไปหลังเราจากไปแล้ว" Cloud Atlas ภาพยนตร์ปรัชญาชีวิตสร้างจากนิยายดังชื่อเดียวกันของ David Mitchell ที่เล่าท่วงทำนองชีวิต 6 เหตุกาณ์ใน 6 ยุค การเดินทางข้ามแปซิฟิกของอดัม เอวิง, จดหมายของโรเบิร์ต โฟรบิเชอร์, การสืบสวนของเรย์, ชีวิตสุดป่วนในบ้านพักคนชราของคาเวนดิช, ต้นกำเนิดซอนมี และโลกหลังโลกาวินาศ ในฉบับนิยายนั้นเล่าจากเรื่อง 1 ถึง 6 แต่ทุกเรื่องจะจบเพียงครึ่งเดียว และวนย้อนกลับไปเรื่องแรกในครึ่งเล่มหลัง แม้การเล่าแบบนี้จะเข้ากับเนื้อหาอย่างดี ทว่าผู้สร้างภาพยนตร์เห็นว่าในความเป็นหนังแล้วมันเล่าแบบนั้นไม่เหมาะ จึงจับรวบทั้ง 6 เรื่องและเล่าไปพร้อมๆกัน ซึ่งมันก็ได้ผลลัพธ์อีกแบบที่ออกมาน่าทึ่งทีเดียว
 
Cloud Atlas มีความเป็นปรัชญาสูง แม้กระทั่งลงเป็นบทภาพยนตร์แล้วก็ยังคงมีบทบรรยายไม่ต่างจากเรานั่งฟังใครซักคนเล่าเรื่องที่เกิดให้ฟัง หลายท่านอาจคิดว่ามันจะดูยากหรือเข้าใจเนื้อหายากเกินไปรึเปล่า ก็ขอตอบว่าไม่เลย บทหนังเล่าประเด็นชีวิตทั่วๆไป และเข้าถึงได้ง่ายมาก แม้ว่าเนื้อในแล้วหนังจะพูดถึงหลักธรรมฝั่งตะวันออกซะมาก Cloud Atlas ตั้งคำถามกับเราว่าโลกของเราหากถูกสร้างและกำหนดโดยพระเจ้า สิ่งใดที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ได้ ความแน่นอนของโลกเราที่ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงนั่นก็คือวงจรชีวิต การเวียนว่ายตายเกิด หรือแม้แต่ความโง่เขลาและกิเลสของมนุษย์ที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีตัวอย่างให้เราเห็นตั้งแต่เรื่องการซื้อขายทาสในอดีต และการสร้างมนุษย์สังเคราะห์มาเพื่อสนองตัณหาในอนาคต แต่การร้องหาอิสระและสิทธิ-เป็นธรรมชาติของมนุษย์ และการกระทำเพื่อเปลี่ยนแปลงภาวะการใช้ชีวิตนี้ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันก็ส่งต่อจากยุคหนึ่งไปยังคนรุ่นหลัง ดั่ง Butterfly Effect และผมมองว่ามันไม่ได้ตั้งใจเล่าเรื่องกฎแห่งกรรมขนาดนั้น การใช้นักแสดงว่าใครเล่นเป็นใครในยุคไหนดูเป็นจุดเชื่อมโยงมากกว่าจะพูดเรื่องชดใช้กรรม เพราะมันมีเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องมากเกินกว่าจะเล่นประเด็นดังกล่าวโดยตรง แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่ผู้ชมจะรับสารกลับมา
 
ในบรรดา 6 เรื่องที่เล่าควบคู่กันไปนั้นสามารถจบได้ประจวบเหมาะในปรัชญาเดียวกันอย่าง สวยงาม อีกทั้งยังดำเนินเรื่องได้ไม่เบื่อและครบรสทีเดียว ทว่าข้อเสียของ Cloud Atlas คือความเปิดกว้างของเหตุการณ์และประเด็นที่จะพูด ทำให้มันคลอบคลุมได้ไม่หมดด้วยความยาวหนัง 3 ชั่วโมงแล้วก็ตาม ถึงประเด็นหลักจะถูกเล่าได้ดี แต่ทั้ง 6 เรื่องก็ยังมีประเด็นในตัวเอง การตัดต่อสลับไปมาทำให้ขาดช่วงในหลายๆฉาก ความไม่ต่อเนื่องในแต่ละเรื่องทำให้มีเวลาไม่พอที่จะส่งประเด็นเหล่านั้นให้น่าเชื่อถือได้ และการเล่าเรื่องสลับไปมานี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน ผู้ชมต้องใช้เวลาช่วงครึ่งแรกเพื่อจับจังหวะหนัง และงงกับข้อมูลที่โถมเข้ามาอยู่พักใหญ่ แต่เมื่อชินแล้ว หนังพยายามหาชุดเชื่อมให้กันและกันเสมอ ทั้งการตัดซีน, ประเด็นที่เล่า หรือตัวละคร การรวบของเหตุการณ์ในช่วงท้ายก็สามารถสร้างอิมแพ็คได้ไม่น้อยเลย ด้านโปรดัคชั่นนั้นถือว่ายอดเยี่ยม แค่ดูภาพ,การแต่งหน้า, และฝีมือนักแสดงก็เพลินแล้ว อีกทั้งดนตรีประกอบที่เป็นส่วนหลักของเรื่องก็เรียบเรียงได้ไพเราะมากๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่ามีความทะเยอทะยานสูงและเป็นงานศิลปะชิ้นดีชิ้นหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันมันก็เปิดให้เข้าถึงผู้ชมหมู่มากเช่นกัน อยากให้ลองได้ชมดูซักครั้ง ถ้าใครไม่ชอบปรัชญาก็ลองมานั่งเดาดูก็ได้ว่าใครแสดงเป็นใครในยุคต่างๆบ้าง มีเฉลยตอนท้ายซะด้วย
 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By narong (103.7.57.18|182.53.12.130) on 2012-11-21 14:21

Hot!
อ่านรีวิวแล้วยังเพลินขนาดนี้ ไม่ไปดูไม่ได้แล้วล่ะครับ

#1 By Jota comic D on 2012-11-15 00:51

Links