Review 'Argo'

posted on 10 Oct 2012 23:47 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
Argo เป็นภาพยนตร์ที่สร้างอิงจากเหตุการณ์จริงช่วงปี 1979 กับการสับเปลี่ยนอำนาจในอิหร่านและเกิดการปฏิวัติขึ้น โดยกองกำลังดังกล่าวได้บุกยึดสถานทูตสหรัฐฯ แต่ในระหว่างความโกลาหลนี้ ชาวอเมริกัน 6 คนได้แอบหลบหนีมาซ่อนตัวในบ้านของเอกอัครราชทูตแคนาดา ขณะที่ทั้งโลกกำลังจับจ้องไปที่ตัวประกันนับสิบในสถานทูต แต่กับผู้หลบหนี 6 คน จะไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหากถูกจับได้ เรื่องร้อนถึงรัฐบาลสหรัฐฯที่ต้องปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันทั้งหกในสถานการณ์ที่แทบจะเข้าออกไม่ได้ หนังกำกับโดยนักแสดงดังอย่าง Ben Affleck ที่เคยได้ดิบได้ดีจาก The Town มาแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้นับเป็นพัฒนาการของเขาทีเดียว เบนสามารถจับทิศทางหนังและเล่าออกมาได้ลื่นไหลมากๆ
 
Tony Mendez เจ้าหน้าที่ CIA ที่ได้ไอเดียในการสร้างหนังกำมะลอขึ้นมา เพื่อหลอกว่าชาวอเมริกัน 6 คน เป็นทีมงานภาพยนตร์แคนาดาที่เข้ามาดูสถานที่ถ่ายทำในอิหร่าน โทนี่ได้รับความช่วยเหลือจากคนวงในฮอลลิวูดจำนวนหนึ่ง เพื่อทำหนังหลอกๆนี้ให้ดังพอจะสร้างกระแสที่หลอกกลุ่มปฏิวัติในอิหร่านได้ ช่วงต้นของหนังนั้นมีข้อมูลเยอะมากๆที่จำเป็นต้องเล่าให้ผู้ชมรู้เรื่อง เบนก็สามารถเล่าภาพและเล่นมุกจิกกัดผสมไปด้วย เช่น ความเป็นฮอลลิวูด, ความเป็นอเมริกัน บทหนังฉลาดเลือกจุดที่ต้องเล่าและจุดที่ต้องปล่อย อย่างการข้ามเรื่องวุ่นวายของรัฐบาลสหรัฐไปกว่าสองเดือนเพื่อเจาะจงกับเหตุการณ์ที่จะเล่าเท่านั้น จนทำให้หนังที่ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรมากมาย ดูใหม่สดขึ้นมาเลย เมื่อเข้าถึงครึ่งหลังของหนัง อารมณ์ตึงเครียดที่ไม่ได้เร่งรัดเรามากในช่วงต้น ก็กลับมากดดันเราไปพร้อมๆกับภารกิจที่เสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์และอารมณ์ภาพมันดูสมจริงมากๆจนแทบขยับตัวไม่ได้ระหว่างที่ลุ้นไปแผนอันบ้าบิ่นนี้ ส่วนที่ชอบมากๆคือตัวละครทุกคนมีบทบาทแต่พอตัว ไม่ได้ฟูมฟายหรือเน้นดราม่าจนเกินเหตุ ทำให้หนังระทึกต่อเนื่องไปจนจบ
 
ในสายตาผม Argo ไม่ใช่หนังประเภทที่อาจทำให้อารมณ์ค้างหรือคิดต่ออะไรได้มากมาย แต่มันมีความสมบูรณ์ในตัวสูงมาก จนระหว่างชมแทบจะกระพริบตาไม่ได้ มันสามารถทำให้เครียดและลุ้นตัวโก่ง ขณะเดียวกันก็อดขำไปกับการเสียดสีของหนังไม่ได้ หลายคนอาจมองว่ามันเชิดชูฮีโร่อเมริกันมากเกินไป แต่ผมมองว่ามันเหน็บแนมตัวเองพอๆกับที่พูดถึงอิหร่าน เพราะเรื่องการเมืองมันเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่ว่าประเทศไหนๆก็มักมีเหตุการณ์คล้ายๆกัน สถานการณ์ความรุนแรงที่แยกความถูกผิดได้จากผู้ชนะ คนที่เสียกับเป็นประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และ Argo ก็เล่าเนื้อเรื่องนี้มากกว่าไปเสียเวลาตีว่าใครถูกใครผิด ซึ่งมันเป็นประเด็นที่ไม่รู้จบจริงๆ
 

Comment

Comment:

Tweet

น่าดูนะครับbig smile big smile big smile

Links