Review 'The Perks of Being a Wallflower'

posted on 04 Oct 2012 00:05 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
"คนเรามักยอมรับเพียงความรักที่เราสมควรได้รับ" The Perks of Being a Wallflower สร้างจากนิยายดังปี 1999 ของ Stephen Chbosky (และมากำกับเองซะด้วย) เล่าถึงการใช้ชีวิตในไฮสคูลของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยอ่านนิยายมาก่อน และชมจากเพียงตัวอย่างก็เข้าใจว่าเป็นหนังฟีลกู้ดอเมริกันทีนเรื่องหนึ่งเท่านั้น ทว่าสิ่งที่คาดเดาผิดเกือบหมด หนังเรื่องนี้และตัวนิยายเอง เป็นบทเรียนชีวิตวัยรุ่นชิ้นดีสำหรับหลายๆคน หนังครบทุกอารมณ์ทั้งอิ่มเอมสุขใจ, เฮฮา, ตลก, ซึ้ง และเจ็บปวดใจ ซึ่งหาได้ยากมากในหนังประเภทเดียวกันที่เล่าเรื่องได้กินอารมณ์ผู้ชมระดับนี้ หากหนังอเมริกันทีนเป็นแบบนี้ได้ครึ่งหนึ่ง คงจะช่วยให้เด็กๆและผู้ปกครองเข้าใจช่วงอายุนี้มากขึ้นได้
 
หนังเล่าผ่านจดหมายที่ชาร์ลีเขียนถึงเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่เคยเจอ ไม่ว่าเพื่อนคนนี้จะมีตัวตนหรือไม่ หรือจดหมายทั้งหมดได้ถูกส่งรึเปล่า แต่มันเป็นเหมือนที่ระบายหนึ่งเดียวของชาร์ลีกับสิ่งที่อยู่เพียงให้ความคิดของเขา ภายนอกแล้วชาร์ลีไม่ต่างไปจากเด็กเก็บตัวคนหนึ่งที่เข้ากับเพื่อนไม่ได้ และพูดกับครอบครัวไม่ได้ในทุกๆเรื่อง เขาไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิด แม้กระทั่งตอบคำถามในชั้นเรียนก็ยังเป็นเรื่องยาก จนกระทั่งชาร์ลีพบกับแซมและแพทริค รุ่นพี่ที่กำลังจะจบไฮสคูลในปีหน้า ชาร์ลีตกหลุมรักแซมในเกือบจะทันที และเธอกลายเป็นแสงในอุโมงค์และกระจกสะท้อนของเขา ที่ไม่ทำให้รู้สึกเป็นคนนอกอีกต่อไป เมื่อกลุ่มที่ไม่เป็นที่ยอมรับมารวมตัวกันเอง และพยายามเข้าใจซึ่งกันและกัน มันเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาอดีตอันขมขื่นอย่างดี พลอตหนังที่เล่าอาจไม่ได้มีอะไรใหม่ไปกว่าที่เห็นในตัวอย่าง แต่หนังสามารถเล่าผ่านตัวละครได้ในระดับที่เหมือนเราลงไปอยู่ ณ จุดเดียวกับชาร์ลี และความครบรสของบทก็ยิ่งทำให้หนังลงตัวเข้าไปอีก ครึ่งแรกนั้นเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สนุกสนานของไฮสคูล เจอเพื่อนใหม่, ล้อเลียนคุณครู, ปาร์ตี้, แอบรัก, อกหัก, หักอก และเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังที่เรื่องเริ่มเข้าถึงแต่ละตัวละครมากขึ้น ก็เหงาและเจ็บขนาดหายใจไม่ทั่วท้อง-เสียน้ำตาไปหลายฉาก
 
จุดดีที่สุดของหนังคือสามนักแสดงนำ เอมม่า วัตสัน หรือเฮอร์ไมโอนี่ มาเล่นเรื่องนี้เป็นอเมริกันเต็มตัว เป็นธรรมชาติ และมีเคมีที่เยี่ยมกับนักแสดงคนอื่นๆมาก ขณะที่เอซรา มิลเลอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของเรื่องนี้ที่มาเพื่อแย่งซีนจริงๆ ปิดท้ายกับพระเอกโลแกน เลอร์แมน ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยประทับใจกับผลงานไหนของพ่อหนุ่มคนนี้มาก่อน แต่สำหรับเรื่องนี้เขาตีบทแตกจริงๆ โลแกนสามารถทำให้เราเข้าอกเข้าใจ เห็นใจ สับสัน และส่งอารมณ์หลากหลายนี้ได้ยอดเยี่ยม อีกหนึ่งความลงตัวของหนังก็คงไม่พ้นเพลงประกอบและดนตรีประกอบที่ลงล็อคหนังที่เต็มไปด้วยอารมณ์เรื่องนี้จริงๆ อยากขอแนะนำ The Perks of Being a Wallflower ให้กับวัยรุ่นจริงๆ ฝากถึงคนที่ไม่ได้เป็นแบบชาร์ลีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ว่า เด็กที่เก็บตัวไม่ใช่ทุกคนอยากอินดี้ไปนั่งอยู่คนเดียว แต่เขาเจออะไรมาบ้างนั้นเราก็ไม่เคยรู้ บางคนแค่จะเดินเข้าไปคุยกับใครแต่ละครั้งก็เป็นเรื่องยากแล้ว อยากให้ช่วยเปิดใจให้กับพวกเขาดู เพราะหลายๆคนก็อยากจะมีเพื่อนที่คอยช่วยสนับสนุนกันทั้งนั้น การดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วคุณอาจเข้าใจมากขึ้นก็ได้
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!
รีวิวได้โดนใจมากเลยครับ
เรื่องนี้สนุกมาก big smile

#5 By Komuri on 2013-05-01 22:14

ดูมาแล้วฟินสุดๆ

#4 By blueboat on 2012-10-31 22:07

ไปดูมาแล้ว ชอบเหมือนกันค่ะ
ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นหนังใสๆ สไตล์วัยรุ่นทั่วๆไป
แต่ยิ่งดูก็หนังก็ยิ่งทำให้เรารู้ว่า เราคิดผิดดด เพราะว่าเอาเข้าจริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ
ชอบดนตรีประกอบเหมือนกันค่ะ ตั้งแต่เปิดเรื่องมาเลย เพลงเพราะจริงๆ
Hot! Hot!

#3 By khimTF on 2012-10-14 20:57

อยากดูโฮกกกกก

#2 By keaaaa on 2012-10-05 01:54

Hot! Hot! Hot!
น่าดูมากค่ะ ตอนแรกจะไปดูเพราะพระเอกนางเอก
แต่จากที่ไปหาเรื่องย่อมาอ่านแล้วคิดว่าต้องซื้อหนังสือมาอ่านด้วย
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากเลยค่ะ ^^

#1 By HeDw!g on 2012-10-04 21:30

Links