Review 'The Bourne Legacy'

posted on 09 Aug 2012 00:06 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
ไตรภาค Bourne หรือจารชนในนาม"เจสัน บอร์น"เป็นภาพยนตร์ชุดที่ได้รับความนิยมในระดับหนึ่งเมื่อ 5-10 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์นี้ดัดแปลงมาจากนิยายดังของ Robert Ludlum ที่ปัจจุบันมีถึง 10 เล่มด้วยกัน ภาคล่าสุด The Bourne Legacy สร้างอิงจากหนังสือเล่มสี่ในชื่อเดียวกัน ทว่าเนื้อหามีการปรับเปลี่ยนจากเดิมไปมาก เมื่อหนังต้องเปลี่ยนนักแสดงนำจาก Matt Damon เป็น Jeremy Renner ทำให้มีการเปลี่ยนตัวละครนำจาก Jason Bourne เป็น Aaron Cross ด้วยเช่นกัน แม้ว่าภาคนี้จะยก Tony Gilroy ที่เขียนบทมาตั้งแต่ภาคแรก แต่ในฐานะแฟนตัวยงของไตรภาคเก่า ก็ต้องบอกตรงๆว่าภาคนี้น่าผิดหวัง แม้ว่าเรื่องหลักและความเชื่อมโยงของเรื่องจะน่าสนใจ แต่บทหนังกลับไม่ตอบโจทย์ และเล่าออกมาจืดชืดมากๆ หนังเริ่มเรื่องควบคู่ไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาค Ultimatum ขณะที่ปฏิบัติการ Treadstone และ Blackbriar กำลังถูกเปิดโปง และเสี่ยงให้รัฐบาลถูกเปิดโปง จึงมีการสั่งพับโครงการเหล่านี้ทิ้งทั้งหมด นั่นหมายความว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักฆ่าในโครงการหรือนักวิทยาศาสตร์ระดับสูง ต่างโดนเก็บเรียบ แอรอนเป็นนักฆ่าที่มีฝีมือคนหนึ่งจึงจับมือร่วมกับ Marta Shearling นักวิทยาศาสตร์ เพื่อหนีเอาชีวิตรอด
 
สิ่งที่บอร์นภาคนี้เล่าได้ดีที่สุด คงจะเป็นเหตุการณ์ช่วงต้นเรื่องที่เชื่อมต่อกัน สำหรับคนที่ดูภาคก่อนๆมาคงจะสนุกกับช่วงนี้ได้ไม่ยาก คนที่ไม่เคยดูมาก่อนอาจงงเพราะมันเล่าเร็วพอสมควร ทว่าความไม่ชัดเจนของประเด็นที่ใช้เดินเรื่อง ทำให้ยากที่จะรู้สึกลุ้นไปกับบทสรุปของหนังได้ เรามีตั้งแต่ข้อถกเถียงด้านความรักชาติ/มนุษยธรรมของการดำเนินโครงการ Treadstone และ Blackbriar, การออกสื่อและถูกสืบสวนของรัฐบาลที่พยายามแย้งว่า Pamela Landy คือผู้หักหลังต่อหน้าที่, อาการจิตไม่มั่นคงของเหล่านักฆ่าที่ต้องทำงานเพียงลำพัง, อาการพึ่งยาของแอรอน ทว่าประเด็นเหล่านี้กลับไม่ถูกพูดถึงอีกเลยในครึ่งหลังของเรื่อง หนังยัดฉากแอ็คชั่นที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นจุดเด่นของหนังชุดนี้ แต่ภาคนี้กลับออกมาไม่โดดเด่น ไม่แปลกใหม่จนเกือบหลับระหว่างทาง ข้อดีที่เหลือก็เห็นจะเป็นนักแสดงนำที่มีเคมีเข้ากับได้ดี ทว่าหนังเล่าความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อนข้างสะเปะสะปะ และไม่เชื่อมโยงกันเท่าไหร่นัก จะมีก็คงพระนาง เจเรมีกับ Rachel Weisz ที่พอจะเคลื่อนตัวบทไปได้
 
หากมองว่านี่เป็นหนัง Stand-Alone ไม่ได้เป็นภาคต่อของเรื่องไหน ก็คงอยู่ในระดับปานกลาง ไม่สนุก-แต่ก็ไม่แย่ ถึงกระนั้น เมื่อดูภาพรวมของทุกภาคแล้ว ตัวผู้กำกับเองดูจะใช้สิ่งที่มีจากภาคก่อนๆหรือแม้แต่ส่วนที่สร้างมาในต้นเรื่องของภาคนี้ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะเมื่อหนังจบกลับรู้สึกว่าว่างเปล่าราวกับไม่ได้รู้อะไรเพิ่มไปกว่าสิ่งที่รู้ในไตรภาคก่อนเลย ส่วนหนึ่งคงเพราะคาดหวังจะมีภาคต่อ จึงเก็บเรื่องบางส่วนไว้ก็เป็นได้ แต่ ณ จุดนี้หนังก็ไม่ได้น่าติดตามซักเท่าไหร่
 

Comment

Comment:

Tweet

พึ่งได้ไปดูเรื่องนี้มาเลยค่ะคุณ จขบ.
ส่วนตัวบอกว่าพึ่งเคยดูเพราะว่าไม่ใช่คอหนัง
แนวลายลับหรืออะไรทำนองนี้เลย 
คิดว่าหนังไม่ค่อยหวือหวาหรือตื่นเต้นเท่าที่ควรค่ะ
แต่ก็แอบลุ้นบางที ก็สนุกดีค่ะ แต่ไม่มากเท่าไหร่
ดูเอาขำๆ พอได้ค่ะ confused smile      

#3 By J 0 H A N N D R 0 on 2012-08-11 03:01

Hot! open-mounthed smile

#2 By youuue on 2012-08-09 13:45

Hot! Hot! อยากดูเรื่องนี้จัง^^big smile big smile

Links