Review 'Step Up Revolution'

posted on 26 Jul 2012 21:42 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
 
Step Up นับเป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่โด่งดังลำดับต้นๆของผู้รักการเต้น ส่วนตัวแล้วประทับใจกับภาคต้นที่นับเป็นความใหม่ที่ส่งให้การเต้นกลับมาบูมในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างสตรีทแดนซ์กับบัลเล่ห์ และภาคสองที่ทำให้ท่าเต้นของสตรีทแดนซ์เป็นที่จดจำมากๆ ทว่าในภาคที่สามกลับทำให้ผิดหวังกับหนังชุดนี้มาก เพราะหนังหลงประเด็นและขาดความเป็น Step Up ไปจริงๆ มาในภาคสี่นี้ แม้ว่าการโปรโมตจะทำให้รู้สึกเฉยๆไปบ้าง แต่ชื่อ Revolution ที่เป็นกลุ่มเต้นซึ่งกำลังพยายามเป็นที่จดจำในทิศทางที่แตกต่างไปจากภาคก่อนๆ ก็ทำให้ภาคนี้น่าสนใจไปอีกแบบ ในภาคที่สี่เล่นเรื่องของ Sean หัวหน้ากลุ่มแฟลชม็อปที่ตั้งขึ้นเพื่อทำให้ทีมของตนเป็นที่รู้จัก ต้องการเป็นที่ยอมรับและนำไปสู่สายอาชีพได้ ขณะที่ Emily เป็นลูกสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่โตที่ฝันอยากเป็นนักเต้นร่วมสมัย แม้จะขัดกับสิ่งที่พ่อของเธอหวัง เพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆในการสอบเข้าคณะวินวู้ด เอมิลี่เข้าร่วมกับฌอน และทำให้แฟลชม็อปเป็นมากกว่าการประกาศตัว
 
แม้ว่าโดยไลน์เรื่องแล้วจะไม่ได้ต่างอะไรกับหนังเต้นทั่วๆไปหรือแม้แต่ภาคก่อนๆของหนังชุดนี้ แต่หนังหยิบประเด็นการเต้นมาพูดได้อย่างน่าสนใจ การเต้นนั้นถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่เหมือนงานศิลปะทั่วไปที่ถูกมองเป็นแง่มุม จำเป็นและไม่จำเป็น, สวยงามหรือทำลาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ฌอนกล่าวว่าการเกิดในเมืองใหญ่ๆก็ยิ่งทำให้ตัวเองดูตัวเล็กลง จะตะโกนอย่างไรให้มีคนฟัง จึงเกิดการแหกกฎขึ้นเพื่อให้คนสนใจ และหนังก็เล่าการแหกกฎได้ค่อนข้างดี เพราะในความออกนอกกฎเกณฑ์ก็ยังคงลิมิตของสิ่งที่ควรและไม่ควร ส่วนที่ทำให้หนังน่าสนใจไปมากกว่านั้นคือบทสามารถก้าวผ่านการเต้นขายฝันไปได้ เพราะการเต้นในภาคนี้ดูมีความหมายมากขึ้น นั่นคือการใช้มันเป็นสิ่งเรียกร้องบางอย่าง นี่ไม่ใช่การเต้นเพียงปลดปล่อยตัวเองหรือทำให้เป็นที่รู้จัก แต่ยังเป็นการส่งเมสเสจที่มีเป้าหมายชัดเจน แต่จุดเสียมากๆของเรื่องคือช่วงท้ายที่จบอย่างง่ายดายจนสิ่งที่บิ้วมาเสียเปล่า ทั้งยังใส่ประเด็นที่ไม่จำเป็นมาแบบไร้บทสรุป เช่นเรื่องครอบครัวของฌอน เป็นต้น
 
ท่าเต้นของภาคนี้เป็นงานขายไอเดียที่ออกมาดูดีทีเดียว เช่นฉากแกลลอรี่ที่ส่งกับตัวเรื่องเป็นอย่างดี น่าเสียที่ฉากรวมเต้นใหญ่แรงตกไปเยอะ แม้กระทั่งท่าร่วมสมัยของพระนางยังสวยซะกว่า ยังดีที่นักแสดงหลักๆ โดยเฉพาะ Ryan Guzman และ Kathryn McCormick ที่มีแววและเคมีเข้ากันดีเยี่ยม ส่วนด้านภาพเองแม้จะ 3D ตื้นบวกหลอกตาไปบ้าง แต่มุมกล้องออกมาสวยทีเดียว โดยรวมแล้วเป็นภาคที่ช่วยให้กลับมาสนใจหนังเต้นได้ และใครเป็นแฟนแฟรนไชส์นี้อยู่แล้วก็คงจะถูกใจทีเดียว
 

Comment

Comment:

Tweet

Links