Review 'The Dark Knight Rises'
posted on 19 Jul 2012 10:25 by kc-eazyworld in Movie directory Entertainment
นับย้อนไปเมื่อปี 2005 กับการประกาศสร้าง Batman Begins และชื่อผู้กำกับ Christopher Nolan ได้ปรากฏให้โลกรู้จักเป็นครั้งแรก แม้ก่อนหน้านั้นโนแลนจะทำหนังไปแล้วถึงสามเรื่องอย่าง Following, Memento และ Insomnia แต่ล้วนเป็นหนังทางเลือกโรงเล็ก และแบทแมนนี่เองก็เป็นการพิสูจน์ว่าเขาไม่เพียงแต่ถนัดทำหนังกลไกสมองทั้งนั้น โนแลนดัดแปลงซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีชื่อที่สุดคนหนึ่งออกมาใหม่อย่างมีสไตล์และน่าค้นหา จนกลายเป็นปรากฏการณ์อีกครั้งใน The Dark Knight ปี 2008 ซึ่งถึงวันนี้แทบไม่มีผู้ชมคนไหนไม่เคยได้ชื่อ Christopher Nolan อีกแล้ว ส่วนตัวนับตั้งแต่ปี 2008 เอง ภาคอัศวินรัตติกาลก็ถือเป็นแบทแมนฉบับภาพยนตร์ที่ชอบมากที่สุด ไม่ให้เพราะความโหดหรือความมันส์ แต่เป็นประเด็นที่โนแลนหยิบมาเล่นมันใกล้ตัวและสร้างอิมแพ็คกว่าภาคไหนๆ มาถึง The Dark Knight Rises ในปี 2012 นี้จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง เมื่อโนแลนประกาศว่าภาคนี้คือภาคสุดท้ายของเขาสำหรับการสร้างแฟรนไชส์แบทแมน นั่นหมายความว่า จุดจบของอัศวินรัตติกาลคนนี้จะมีบทสรุปที่แน่นอน และโนแลนก็คิดมันไว้ตั้งแต่ต้นแล้วเช่นกัน 'บทความด้านล่างนี้มีการกล่าวถึงเนื้อหาสำคัญของเรื่อง อาจทำให้เสียอรรถรสได้ เหมาะสำหรับท่านที่ชมภาพยนตร์แล้วเท่านั้น'
The Dark Knight Rises เป็นเรื่องราวหลัง 8 ปีของเมืองกอทแฮม เมื่อฮาร์วี่ เดนท์ ที่เป็นเหมือนดั่งฮีโร่ของผู้คน ได้รับการสรรเสริญจากการกวาดล้างอาชญากรด้วยกฎหมายของเขา ในขณะที่แบทแมนกลับถูกประนามเป็นฆาตกรแทนเดนท์ในร่างทูเฟส บรูซ เวนน์ผู้พร่ำบอกเสมอกับคนใกล้ตัวว่าเขาเลิกเป็นแบทแมนแล้ว ใครต่อใครต่างคิดว่าบรูซจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น แต่บรูซไม่เคยไปต่อได้เพราะสิ่งที่สูญเสียไปสำหรับเขามันถ่วงจนก้าวเท้าไม่ออก บรูซซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และใช้บริษัทของเขาในการช่วยเหลือโลกและผู้คนเสียแทน ทว่าความสงบสุขของกอทแฮมที่สร้างขึ้นมาจากการโกหกครั้งใหญ่ มันใช้เพียงการผลักเบาๆ ทุกอย่างก็จะกลับสู่ความโกลาหลอีกครั้ง เมื่อศัตรูครั้งใหม่ไม่เพียงมีเป้าหมายทำลายกอทแฮม 'เบน'สามารถหักจิตวิญญาณและร่างกายของแบทแมนจนหมดสิ้น และทิ้งเขาไว้ในนรกเหมือนที่เขาเคยได้สัมผัส และมันอาจเป็นสิ่งที่บรูซเฝ้ารออยู่แล้ว เพราะบรูซกลับเข้าสู่ชุดแบทแมนและออกไปช่วยกอทแฮมด้วยการที่ไม่มีอะไรจะต้องเสีย และไม่กลัวความตายอีกต่อไป และนั่นเป็นจุดอ่อนครั้งใหญ่ที่เขาต้องปีนกลับขึ้นมาให้ได้อีกครั้ง
สำหรับ The Dark Knight Rises มีความต่อเนื่องของเนื้อเรื่องจาก Batman Begins อยู่มาก และมีความ Cliche สูงไปบ้าง แต่การเล่าเรื่องของโนแลนและเหล่าตัวละครที่สลับบทบาทกันเป็นอย่างดีทำให้หนังไม่ดูง่ายจนเกินไป ทว่าภาคนี้กลับไม่ก้าวเหนือ The Dark Knight ในสายตาของผม เพราะภาคดังกล่าวสามารถนำเราไปตกที่นั่งเดียวกับผู้คนในเมืองเหมือนร่วมอยู่ในเหตุการณ์ได้ ขณะที่ภาคสุดท้ายไม่พูดถึงความลำบากของผู้คนในช่วงที่เมืองถูกปิดนัก แต่ขอดีที่แก้ตัวได้คือการเพิ่มสเกลของเหตุการณ์และของหนังเอง ที่ปิดตัวได้อย่างภาคภูมิ หากใครชอบฉากแอ็คชั่นและสถานการณ์ขับขันล่ะก็ ครึ่งหลังของหนังก็จะทำให้คุณไม่กล้าลุกออกจากที่นั่งไปเลย นอกจากนี้ความสัมพันธ์ตัวละครทำออกมาดีมากๆ หนังลากเอาบรูซที่ไม่ใช่แบทแมนมามีบทบาทต่อรองกับเนื้อเรื่องมากขึ้น ดราม่าบรูซกับอัลเฟรดก็เล่นเอาน้ำตาแตก ตัวละครใหม่อย่างเซลิน่าหรือแคทวูแมน แม้เป้าหมายของเธอจะดูขัดกับเรื่องไปบ้างในตอนแรก แต่ตัวละครนี้สร้างสีสันให้หนังเป็นอย่างดี, เบนซึ่งเป็นตัวร้ายภาคนี้ มีเป้าหมายที่น่าสนใจ และการทำงานเป็นปฏิบัติการบวกกับความแกร่งก็ยิ่งทำให้เขาน่าจดจำในซีรีส์นี้มากๆ น่าเสียดายที่บทสรุปตัวละครนี้ทำให้เกิดข้อกังขาในการกระทำทั้งหมดของเบนไปเลย, จอห์น เบลค นายตำรวจไฟแรงที่เหมือนเป็นตัวแทนกอร์ดอนก็ได้รับบทบาทที่โดดเด่นมากๆเช่นกัน เขาเป็นความใหม่และบริสุทธิ์หนึ่งเดียวในกอทแฮม ทีมนักแสดงทั้งหมดก็ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมกับบทที่ได้รับเช่นกัน
จุดเสียของหนังคือการตัดต่อช่วงแรกๆที่เร่งมากเกินไป นอกจากจะเก็บข้อมูลกันไม่ทันแล้ว ยังทำให้อารมณ์ร่วมไปไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็นอีกด้วย ประเด็นอย่างระบบทุนนิยมที่น่าจะใช้เป็นจุดยึดได้ก็ถูกพูดถึงไม่มากนัก เช่น ฉากเมืองถูกปิด 5 เดือนเองก็เล่าสั้นๆและไม่ได้เห็นผู้คนลำบากซักเท่าไหร่ ทว่าหนังดำเนินทางบวกลบสลับกันไปมาเหมือนกับเหตุการณ์ในหนังที่แม้จะถึงจุดตกที่สุด และก็ยังให้ความหวังกลับมาหาประชาชนในกอทแฮมเสมอ ความยิ่งใหญ่ของบทบาทอัศวินรัตติกาลในตอนท้ายก็ช่วงพยุงหนังกลับขึ้นมาอย่างมาก ด้านเทคนิคเองก็ช่วยหนังได้เยอะ ทั้งฉากทำลายล้างทั้งหลายที่เรียกว่าจัดเต็ม! กลายเป็นหนังแอ็คชั่นระเบิดตูมตามเรื่องแรกของโนแลนเลยทีเดียว ดนตรีประกอบที่แม้ Hans Zimmer จะต้องฉายเดี่ยว แต่ก็ช่วยบิ้วความยิ่งใหญ่ของหนังเป็นอย่างดี The Dark Knight Rises จึงนับเป็นบทสรุปไตรภาคที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง แบทแมนไม่ได้เป็นเพียงฮีโร่ยามราตรีที่น่าเกรงกลัวอีกเท่านั้น แต่เขากลายเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นอมตะ และจะคงอยู่กับกอทแฮมตลอดไป














#1 By EyukiZ ; TiTii on 2012-07-19 11:22