Review 'Snow White and the Huntsman'

posted on 31 May 2012 00:38 by kc-eazyworld in Movie
 
เป็นเรื่องที่สองแล้วสำหรับการนำนิทาน Snow White กลับมาเล่าใหม่ในปี 2012 นี้ โดยใช้ชื่อ Snow White and the Huntsman ที่ออกมาแนวดาร์คแฟนตาซีกว่าฉบับก่อนหน้านี้มาก หนังนำเราไปอาณาจักรแห่งหนึ่งที่ราชินีแม่มดผู้ชั่วร้ายยึดอำนาจ เมื่ออำนาจของนางเริ่มอ่อนแอลง มีเพียงดวงใจของลูกสาวราชาผู้พ่ายแพ้เท่านั้นจะนำนางกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง แต่สโนว์ไวท์กลับหนีจากปราสาทเข้าไปในไพรทมิฬ ราชินีราเวนน่าจึงว่าจ้างนายพรานให้ไปนำตัวเธอกลับ โดยแลกกับรางวัลที่นายพรานไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ทว่าความบริสุทธ์ของสโนว์ไวท์ทำให้นายพรานเปลี่ยนใจหันมาช่วยเธอรวบรวมกองทัพเพื่อยึดบัลลังก์ของพ่อเธอคืน หลังจากที่ตัวอย่างแรกรวมถึงการโปรโมตต่างๆจะเห็นได้ว่าหนังมาแนวตลาด และเรียกคนดูได้หลากหลาย ทำให้ตีตลาดได้ไม่ยาก ทว่าไม่เพียงแค่นั้น เหล่าดารานำเองก็เป็นที่คุ้นตากันทั้งสิ้น ส่วนตัวผู้กำกับเองก็ได้ Rupert Sanders ผู้กำกับโฆษณาระดับโลกที่มากำกับหนังใหญ่เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่ชมแล้วก็ต้องยอมรับว่างานภาพนั้นสวยงามสมชื่อจริงๆ ทั้งมุมกล้องและการเล่าภาพรวมถึงการจัดคอมโพซิชั่นต่างๆล้วนถูกจัดวางอย่างมีสไตล์ นอกจากนี้องค์ประกอบศิลป์ก็ออกมาน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย (โดยเฉพาะของราชินี), ฉากต่างๆ และที่ดูจะโดดเด่นสุดคือเขตป่าศักดิ์สิทธ์และไพรทมิฬ อีกทั้งทีมนักแสดงส่วนใหญ่ยังช่วยแบกหนังไว้ได้สบายๆ ทั้ง Charlize Theron, Chris Hemworth และ Sam Claflin ที่มีแววมากจริงๆสำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่คนนี้
 
ทว่าที่แย่มากๆและจุดด่างที่สุดของหนังก็คือการแสดงที่นิ่ง...และนิ่ง...ของ Kristen Stewart เพราะไม่ว่าจะฉากรบ, ฉากเศร้า หรือฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ไหนๆเธอก็ดูตายด้าน ถ้าใครเคยชมการแสดงของเธอเรื่องก่อนๆหน้านี้ก็จะยิ่งเห็นชัดว่ามันไม่ได้ต่างไปจากเดิม และไม่ได้ทำให้ตัวละครมีมิติขึ้นเลย แถมบทของเธอยังเป็นสโนว์ไวท์เสียอีก เรียกได้ว่าซีนไหนมีเธอก็ดูจะกระอักกระอ่วนไปซะหมด อีกหนึ่งที่น่าเสียดายจากหนังก็คือการเล่าเรื่องที่จับจังหวะได้ไม่ดีนัก ขณะที่ตอนต้นนั้นเร่งเล่าเรื่องจนเกินเหตุ แต่พอเข้ากลางเรื่องก็เดินช้าลงเกินไป หนังเสียเวลาในป่าแสดงความมีชีวิตชีวาของสโนว์ไวท์จนมองข้ามแม้กระทั่งบทรักสามเศร้าที่ไร้บทบาทในหนังไปเลย อีกทั้งยังเสียเวลาเพื่อเล่าเรื่องของราชินีและน้องชายที่น่าสนใจกว่ามากไป และการเดินทางเพื่อเป็นฮีโร่ของสโนว์ไวท์ที่ขาดๆเกินๆอย่างไม่น่าเชื่อถือ ทั้งหมดนี้เกิดจากบทหนังพยายามใส่หลายประเด็นให้กับหลากตัวละคร และแตะไปได้ไม่ถึงใน Act 3 เลย
 
แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้หนังเสียหลักไปพอสมควร แต่โดยรวมแล้วคิดว่าหนังก็ออกมาดูดีทีเดียว ดนตรีประกอบและเพลงประกอบอย่าง Breath of Life ก็ส่งรับกับหนังได้เยี่ยม อีกทั้งงานภาพที่ถูกจัดวางมาอย่างสวยงามแทบกลบบทอันสับสนไปได้ จึงนับเป็นหนังซัมเมอร์ที่ดูเพลินๆได้ไม่ยาก
 

Comment

Comment:

Tweet

เห็นด้วยครับเรื่องนี้ทำภาพออกมาได้สวยมาก ดีไซน์เครื่องแต่งกายได้ดีทีเดียว แต่ช่วงกลางเรื่องดำเนินเรื่องได้อืดไปหน่อย==

#1 By Perocuste (103.7.57.18|58.11.208.123) on 2012-06-04 23:15

Links