Review 'The Hunger Games'

posted on 21 Mar 2012 00:54 by kc-eazyworld in Movie
 
ในโลกที่มนุษย์เห็นการฆ่าฟันกันเองเป็นเรื่องบันเทิงในโทรทัศน์ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการที่เราชมภาพยนตร์และสนุกสนานกับการเห็นเหล่าตัวละครฆ่าฟันกัน แม้เป็นเพียงแค่ไอเดียซึ่งรู้อยู่ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง หรือนั่นก็เป็นสิ่งที่พลเมืองชาวพาเน็มเห็นเกมนี้เป็นเพียงเรียลลิตี้โชว์ระดับซุปเปอร์บอลก็เท่านั้น The Hunger Games เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือนิยายวัยรุ่นชื่อดังของ Suzanne Collins ที่แม้พื้นฐานของเรื่องจะเป็นโรแมนติกแอ็คชั่นสไตล์สาวๆวัยรุ่น แต่ความเหนือชั้นของเรื่องนี้คือการใส่รายละเอียดกับเซตติ้งโลกที่เต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมแสนจะร้อนแรงมากมาย หนังว่าด้วยเรื่องของหลายปีหลังการปฏิวัติที่ทางพาเน็มเป็นฝ่ายชนะ เมืองถูกแบ่งออกเป็น 12 เขตการปกครอง และเพื่อเป็นการกำราบให้รู้ถึงผลการก่อกบฎ แต่ละเขตจะต้องส่งตัวแทนชาย-หญิง เพื่อเข้ามาแข่งกันในเกมฆ่าฟันกันเองในเมืองหลวง โดยจะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่รอดกลับไป
 
การดำเนินเรื่องนั้นเล่าผ่านแคทนิส พี่สาวที่ยอมอาสาเข้าแข่งแทนน้องสาว ถ้าเปรียบการเดินทางครั้งนี้ของแคทนิสเป็น Heroic Journey ก็คงไม่แปลก เพราะเธอเป็นตัวแทนของชนชั้นล่างที่ใช้ชีวิตธรรมดาๆและไม่เคยทำผิดกฎอะไร แต่กลับถูกบีบให้ต้องลุกขึ้นต่อต้านในที่สุด นั่นเพราะในความเป็นอาณานิคมแล้ว มันไม่มีความแฟร์สำหรับผู้แพ้สงคราม ดั่งที่ประธานิปบดีของพาเน็มกล่าวว่าการจัดเกมนี้ไม่ใช่เป็นการสร้างความเกรงกลัว เพราะไม่อย่างนั้นก็นำ 24 ตัวแทนมาฆ่าทุกคนเสียก็สิ้นเรื่อง แต่มันเป็นการให้ความหวังอันริบหรี่ที่เป็นพลังให้พวกเขาเดินต่อ แต่ก็ไม่มากพอที่จะลุกขึ้นต่อสู้ ด้วยความที่เกมถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลก การเป็นเรียลลิตี้โชว์มีผลสูงต่อการเคลื่อนไหวในเกม เพราะผู้เข้าแข่งไม่เพียงต้องมาระวังกันเอง แต่ยังต้องสร้างเรตติ้งให้ตัวเองเพื่อความอยู่รอดในเกมอีกด้วย
 
ความสัมพันธ์ของแคทนิสและผู้เข้าแข่งรวมเขตอย่างพีต้า ก็เริ่มต้นในแบบสะพานแขวน (อย่างน้อยก็กับแคทนิสที่ไม่ได้สนใจพีต้ามาก่อนเลย) ด้านโรแมนติกของหนังจึงค่อยๆถูกสร้างมาอย่างนุ่มนวล และไม่ได้เร่งรัดจนเกินไป เพราะในตอนจบนั้น เราก็สับสนกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่พอๆกับตัวละครเองนั่นหล่ะ การดำเนินเรื่องนั้นจัดลำดับไว้ค่อนข้างดี และดึงอารมณ์คนดูได้มาก โดยแบ่งเป็นช่วงระหว่างการฝึกและในระหว่างเกมแข่ง ช่วงฝึกนั้นเป็นการสร้างฐานให้กับตัวละครและโลกนี้เป็นอย่างดี เป็นการโชว์ทั้งศักยภาพทั้งด้านอารมณ์และความสามารถของแต่ละผู้เล่น และสภาพสังคมในเมืองหลวงที่จิกกัดดีเหลือเกิน พอเข้าสู่ช่วงการแข่งขันก็ออกเป็นอารมณ์ดิบๆ ทำให้ลุ้นกับแต่สถานการณ์อยู่ตลอดแม้จะไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นตูมตามมากนัก นักแสดงของเรื่องนี้อยู่ในขั้นเพอร์เฟ็ค และไม่มีใครขัดตาเลย (ยกเว้นตัวประกอบ) ต้องขอชมสาวน้อย Jennifer Lawrence ที่แบกหนังไว้ได้สบายๆอีกครั้ง ส่วนหนุ่ม Josh Hutcherson ก็นับว่าไม่เลวเลย ด้านโปรดัคชั่นนั้นถือว่าสมตัว แม้ฉากที่ใช้ CGI หนักๆจะยังดูหลอกตาไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วงานภาพและเทคนิคเสริมนั้นทำออกมาได้สมจริงในระดับหนึ่ง ด้านดนตรีประกอบและการซาวด์นั้นขอยกอยู่ระดับเยี่ยมยอด เพราะมันช่วยส่งรับอารมณ์และสถานการณ์ในหนังเป็นอย่างดี
 
คาดว่าภาพยนตร์ The Hunger Games จะกลายเป็นหนังภาคต่อร้อยล้านได้ไม่ยาก เพราะหนังค่อนข้างครบสูตรสไตล์หนังวัยรุ่น ไม่ว่าชายหรือหญิงก็สามารถชมได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แถมยังมีเนื้อหาแฝงที่ซีเรียสพอให้ผู้ใหญ่ดู ย้ำคอหนังทุกคนว่าห้ามพลาด และรอชมภาคต่อกันให้ดี
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot!

#2 By youuue on 2012-03-26 21:26

ไปดูมาแล้วค้าบ หนังเกรียนเทพมากๆ น่าจะโหดกว่านี้หน่อย แต่เท่านี้ก็รักและ

#1 By อดัม (61.90.71.196) on 2012-03-22 19:41

Links