Review 'John Carter'

posted on 07 Mar 2012 00:56 by kc-eazyworld in Movie
 
John Carter เป็นภาพยนตร์ที่สร้างอิงจากหนังสือนิยายซีรีส์ Barsoom ของ Edgar Rice Burroughs ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1917 โดยฉบับหนังนี้หยิบเอาบทบาทเฉพาะช่วงเวลาการปรากฏตัวของจอห์น คาร์เตอร์มาเล่าเท่านั้น หนังเริ่มเรื่องด้วยเอดการ์หลานชายของจอห์นได้รับมรดกสมบัติทุกอย่างของจอห์นหลังจากพิธีศพ และยังมอบหนังสือเล่มหนึ่งให้กับเอ็ดการ์ โดยบอกเล่าเหตุการณ์โชคชะตาที่ทำให้จอห์นได้หลุดข้ามไปยังดาวอังคาร หรือบาซูมและช่วยเหลือผู้คนบนดาวให้รอดพ้นจากการยึดครองของนครแสนชั่วร้าย ด้วยการที่หนังเรื่องนี้อิงมาจากจักรวาลที่ถูกสร้างเอาไว้อยู่แล้ว ทำให้ด้านการเซตติ้งเรื่องราวต่างๆมาไว้ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งก็เป็นผลเสียกับหนังไม่น้อย เพราะมันไม่สามารถเล่าออกมาได้หมดในหนังเพียง 2 ชั่วโมง เหมือนพยายามรวบสตาร์ วอร์ส ภาค 4-6 เข้าด้วยกัน แม้ว่าตัวหนังจะลดสเกลลงมาระดับหนึ่งแล้วก็ตาม ก็ยังส่งผลให้กับการดำเนินเรื่องอยู่ดี หนังเล่าเรื่องไปอย่างรวดเร็วและเร่งรัดมากๆ การเรียงซีนที่ดูยัดเยียดและให้จังหวะหนังไม่ถูก ทำให้ตามอารมณ์ตัวละครไม่ทันจนไม่อินไปด้วยซักฉากเดียว เช่น ฉากบิ้วดราม่าระหว่างที่จอห์นปะทะกับทัพ Thark เป็นต้น นอกจากนี้หนังยังทิ้งปมที่สร้างมาเกือบจะเสียเปล่าหลายครั้ง เช่น ความสัมพันธ์พ่อลูกทั้งสองคู่, ปมที่จอห์นมีความคิดต่อต้านการเข้าสงครามที่หายไปง่ายๆด้วยคำพูดไม่กี่คำของเดยาร์, ตัวเอเลี่ยนที่ดูเหมือนเป็นนางอิจฉาในเผ่า Thark ที่เข้ามาอยู่ในเรื่องแบบไม่มีประโยชน์นัก แต่จริงๆแล้วก็ติดใจ Thern อยู่ไม่น้อย เพราะหนังแอบจิกกัดอยู่กลายๆ ว่านักบวชแฝงที่อ้างตัวว่าทำหน้าที่ปรับสมดุลในกับจักรวาล และกำหนดชะตาแต่ละดวงดาวได้ แล้วถ้าคนเหล่านี้มาอยู่บนโลกของเรา พวกเขาจะเป็นใคร
 
แต่ก็ใช่ว่าหนังเรื่องนี้จะมีเฉพาะข้อเสียในสายตาเรา เพราะจริงๆแล้วมันก็เป็นหนังที่ดูเพลินเรื่องหนึ่ง ผู้กำกับดูเก่งด้านการวางจังหวะมุขตลก ทีมนักแสดงที่ไม่ได้ขัดตาใครเป็นพิเศษ และต้องชมพระเอก Taylor Kitsch ด้วยซ้ำไป ว่าเขาส่ง-รับบทนำนี้ออกมามีสเน่ห์และลงตัวมากๆ นับว่าเป็นการเปิดตัวพระเอกหนังบู้ได้ไม่เลวเลย อีกทั้งด้านงานออกแบบของเรื่องนี้ทำออกมาได้ละเอียดไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าที่หวือหวา การใช้สีสันที่โดดเด่นดูเป็นวัฒนธรรมหนึ่ง และกราฟฟิกของเหล่าเอเลี่ยน, ยานพาหนะ และตัวเมืองเองก็ไม่ได้ดูขี้ริ้วขี้-เหล่เหมือนที่คิดไว้จากที่เห็นในตัวอย่างซักเท่าไหร่ ด้านภาพนั้นถือว่าไร้ที่ติ และยังมีดนตรีประกอบฝีมือของ Michael Giacchino ก็ช่วยตัวหนังได้เยอะเหมือนกัน
 
น่าเสียดายที่หนังเริ่มโปรโมตไปผิดทิศผิดทาง ทั้งๆที่หนังที่สเกลใหญ่กว่านั้นมาก เป็นหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีที่ดูสวยดูมันส์ได้ไม่ยากเลย ขอแอบเชียร์ให้ John Carter ให้มีภาคต่อละกัน แม้ว่ารายรับคงไม่คืนทุน
 

Comment

Comment:

Tweet

หนังดูเพลิน เรื่อยๆ เอื่อยๆ  แต่โดยรวมแล้วก็แอบผิดหวังเล็กน้อย อาวุธตัวร้ายดูแปลกๆพิกล  นางเอกก็ดู แก่ ไปนิดนึง โดยรวมๆแล้วก็ตาม เจ้าของบล็อก  เลยล่ะครับ   - -'

#3 By Watchmen_since_1985 (103.7.57.18|49.49.1.196) on 2012-06-07 21:17

ผมว่าให้ C ไม่ต่ไปหรอครับ
หนัง walt disney ทำออกมาเพื่อเจอะกลุ่มเด็กนะครับ
แต่เรื่องนี้ทำออกมาถึงขั้น ผู้ใหญ่ชอบได้เนี่ยผมว่าสุยอดแล้วครับ ตัวหนังเกือยบสาม ชม แทบไม่มีตอนไหนที่น่าเบื่อ หรือน่าหลับเลย ผมดู Hugo แล้วยังว่ามันออกมีแนวน่าเบื่ออยู่มากกว่าอีก แถม carter ยังปลุกจินตนาการของผู้ใหญ่บางคนได้อีกด้วย และ5 ปีหลังมานี้แทบจะไม่มีหนัง hollywood เรื่องไหนที่ออกแนวเด็กน้อยๆก็ชอบ ผู้ใหญ่ก็ชอบ(ไม่นับ แอนนิเมชั่น) ไม่มีฉากหวิว แต่ยังสนุก แฝงข้อคิด บวกการผจญภัย ได้ครบรสแบบนี้ รีวิวดีครับ แต่ให้คะแนนไม่ดี แบบนี้เป็นผมให้ B+ ครับ

#2 By puchong (1.47.73.188) on 2012-03-23 17:00

พระเอกหล่อน่าหม่ำมากค่า!

#1 By เรนโบว์ (10.11.14.70, 202.44.8.100) on 2012-03-09 10:34

Links