Review 'Hugo'

posted on 17 Feb 2012 21:59 by kc-eazyworld in Movie
 
Hugo กำกับโดย Martin Scorsese สร้างจากนิยายภาพเยาวชนชื่อว่า The Invention of Hugo Cabret โดยเป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กชายที่อาศัยอยู่หลังกำแพงในสถานีรถไฟกรุงปารีสเขาทำหน้าที่เป็นคนไขลานให้กับนาฬิกา เฝ้ามองชีวิตผู้คนในสถานีอยู่ด้านหลังกำแพงราวกับเขากำลังชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอยู่ โดยมีเป้าหมายเพื่อไขปริศนามนุษย์กลที่พ่อส่งต่อให้กับเขา หนังถูกโปรโมตด้วยเพียงเนื้อหาข้างต้น จนทำให้ใครหลายๆคนหลงคิดว่าเป็นหนังเด็กๆภาพสวยเรื่องหนึ่ง แต่จริงๆแล้ว Hugo มีมนต์ขลังที่ทรงพลังมากๆถูกบรรจุอยู่ในหนัง บทความด้านล่างจึงเหมาะกับผู้ที่ชมแล้วเท่านั้น ใครที่สนใจก็อยากให้มีโอกาสดูก่อนแล้วค่อยกลับมาอ่านอีกครั้ง ...จุดเริ่มต้นการผจญภัยของอูโก้เกิดจากเจ้ามนุษย์กลที่พ่อของเขาเก็บมาจากพิพิธภัณฑ์ โดยมีเป้าหมายที่จะซ่อมให้มันกลับมาทำงานตามหน้าที่ของมันได้อีกครั้ง แต่เมื่อพ่อของเขาจากไปโดยที่ไม่ได้ทำเป้าหมายนั้นให้เป็นจริง อูโก้จึงพยายามสานต่อเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้กับเจ้าหุ่นตัวนี้ และตัวของเขาเอง แต่ปัญหามีอยู่ว่า ชิ้นส่วนชิ้นสำคัญอย่างกุญแจได่้หายไป อูโก้พบว่ากุญแจอยู่กับเด็กผู้หญิงที่เป็นลูกบุญธรรมเจ้าของร้านของเล่น และเมื่อเด็กทั้งสองไขมันออกมา พวกเขาก็ได้พบกับความจริงอันมหัศจรรย์ของประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ และเจ้าของร้านของเล่นก็คือผู้กำกับในตำนานอย่าง Georges Melies ผู้สร้างผลงานดังมากมาย เช่น A Trip to the Moon โดยเป็นการอ้างอิงประวัติจริงของเขาถึงช่วงการสรรสร้างผลงานอันตื่นตา
 
เมลิแอร์สเป็นนักมายากลที่ผันตัวมากำกับหนังกว่าร้อยเรื่อง และเป็นคนแรกที่สร้างภาพมายาแฟนตาซีให้กับโลกภาพยนตร์ เขาทุ่มเทสุดตัวให้กับงานนี้ แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็เป็นการหยุดชะงักของทุกๆอย่าง โดยเฉพาะหนังรื่นเริงชวนฝันของเมลิแอร์ส และทำให้เขาหมดตัวนั่นเอง เมลิแอร์สจึงทิ้งความฝัน, เป้าหมาย และอดีต ได้แต่พร่ำบอกว่าพรสวรรค์ของเขาไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป 'ตอนจบที่เต็มไปด้วยความสุข'เกิดขึ้นได้ในโลกภาพยนตร์เท่านั้น อูโก้บอกกับอิซาเบลว่า เครื่องจักรเต็มไปด้วยกลไกและฟันเฟืองมากมาย แต่ไม่เคยมีชิ้นส่วนที่เกินออกมา เพราะทุกส่วนเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนลาน เขามองโลกเราเป็นดั่งเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ทุกคนเป็นชิ้นส่วนที่จำเป็น และมีเป้าหมายของตัวเอง คนที่ละทิ้งเป้าหมายก็เหมือนชิ้นส่วนที่ต้องการการซ่อมแซม ทั้งสองจึงเริ่มไขปริศนาเพื่อซ่อมแซมเมลิแอร์สให้กลับมาเป็นคนสร้างฝันอีกครั้ง โลกภาพยนตร์ของเมลิแอร์สคือโลกที่สร้างภาพความฝันให้ออกมาจับต้องได้ หนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน ผู้กำกับสกอร์เซซีสามารถถ่ายทอดเวทมนตร์ของภาพยนตร์ออกมาได้ไม่เหมือนใคร แต่ทำให้รู้สึกรักที่จะดูหนังอีกครั้งจนบอกไม่ถูก มันไม่ใช่แค่การสร้างหนังเกี่ยวหนังเท่านั้น แต่มันคือการคืนชีวิตชีวาให้มัน อย่างการหยิบเอาฉากจากหนังเก่าๆมาทำใหม่ ส่วนตัวไม่ใช่คนติดอกติดใจหนังเก่าๆนัก แต่สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้อารมณ์หวนคืนสู่ต้นตำรับลุกเป็นไฟอีกครั้ง หากมองกลับมาในวงการภาพยนตร์ปัจจุบันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่สามารถสร้างทุกอย่างออกมาได้ไม่ยาก มนต์ขลังเหล่านั้นค่อยๆถูกลบเลือนไปอย่างที่เมลิแอร์สกล่าว
 
แต่ทว่ากว่าภาพยนตร์จะมาเป็นอย่างทุกวันนี้ได้ ก็เป็นเพราะการบุกเบิกของบุคคลเก่าแก่ทั้งสิ้น เพราะพวกเขาเหล่านั้นกล้าที่จะเสี่ยงเพื่อทำเป้าหมายของตัวเองให้เป็นจริง วงการภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นเพียงแค่การวาดภาพฝันอีกต่อไป Hugo จึงเป็นเหมือนการสรรเสริญมนต์ขลังของภาพยนตร์ แม้ว่าหน้าหนังก็ยังคงเป็นอารมณ์เด็กๆ แต่เมื่อดูจบก็รู้สึกอิ่มเอมอย่างที่หนังผู้ใหญ่บางเรื่องก็ยังทำไม่ได้ สำหรับระบบ 3D ของเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้คุ้มมากๆ คงเป็นความรู้สึกคล้ายๆกับหนังเรื่องแรก Arrival of a Train at La Ciotat ของพี่น้อง Lumiere ที่ผู้ชมถึงกับลุกหนีรถไฟที่พุ่งมาหาพวกเขา ระบบสามมิติของเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นส่วนเสริม แต่เป็นการเติมเต็มที่ส่งรับกับเรื่องได้เยี่ยม อีกทั้งยังทำให้ภาพสวยขึ้นมากๆด้วย
 
โปรดัคชั่นอื่นๆถือว่าเพอร์เฟ็คไร้ที่ติ ทั้งมุมกล้อง, CGI, แสง-เสียง และดนตรีประกอบ เป็นหนังอีกเรื่องที่ขอเชียร์ให้คอหนังไปดู นอกจากมันจะอัดอั้นไปด้วยอารมณ์คนรักหนังแล้ว ก็ยังได้ทั้งประสบการณ์มนตราที่หาได้ยากในหนังแฟนตาซียุคปัจจุบัน จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
 

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดค่ะ

Review. นี้ทำให้เราต้องหนีไปดูแล้วสิ
ขอบคุณนะค่ะ

#2 By The shadow of you (115.87.156.79) on 2012-03-07 10:52

อยากดูมากๆเลยคับ เรื่องนี้ ^^

#1 By Watchmen_since_1985 (223.206.8.63) on 2012-02-18 16:57

Links