Review 'Extremely Loud & Incredibly Close'

posted on 07 Feb 2012 00:27 by kc-eazyworld in Movie
 
Extremely Loud & Incredibly Close ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ Stephen Daldry (จาก The Reader) สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ Jonathan Safran Foer ที่เคยเป็นตัวเต็งเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของ Oscars อยู่พักใหญ่ๆ แต่เมื่อหนังฉายจริงก็เริ่มมีการตอบรับในแง่ลบค่อนข้างเยอะจากเหล่านักวิจารณ์ ทำให้หนังหลุดโผและพลาดรางวัลมาหลายต่อหลายเวที แต่ Extremely Loud & Incredibly Close ก็กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งเมื่อหนังได้เป็นหนึ่งใน 9 เรื่องที่เข้าชิงออสการ์ปีนี้ เหตุเพราะไม่มีใครคาดว่าเรื่องนี้จะเข้าชิงได้อีกหลังจากถูกวิจารณ์แบบสับแหลกมาแล้ว และอาจหนังที่ได้คะแนนต่ำที่สุดของบรรดาหนังที่เข้าชิงตั้งแต่มีการจัดรางวัลนี้ซะด้วย (หนังปีเก่ามากๆยังไม่มีคะแนนเฉลี่ยที่แน่นอนจึงตัดสินไม่ได้) แต่...อะไรที่ดลใจกรรมการออสการ์ให้เรื่องนี้เข้าชิง หรือเป็นความพึงพอใจส่วนตัวกับผู้กำกับ เรามาลองดูกันว่า Extremely Loud & Incredibly Close มีข้อดีและข้อด้อยอย่างไร หนังเล่าเรื่องจากเด็กชายผู้มีปัญหา Oskar Schell ที่มักเล่นเกมตามหาสิ่งของกับพ่อของเขา ออสการ์เป็นเด็กย้ำคิดย้ำทำที่เข้าสังคมไม่เก่ง แต่การใส่ใจของพ่อที่มีต่อตัวเขาทำให้อาการของออสการ์ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเหตุการณ์ 9/11 ทำให้ออสการ์ต้องเสียพ่อของเขาไป โดยทิ้งให้เขาอยู่กับแม่และย่าของเขา 1 ปีผ่านไป ออสการ์ไม่สามารถคุยกับใครได้อย่างเปิดใจอีก ความลับที่เขาปิดไม่ให้แม่รู้ รวมทั้งความโกรธเคืองที่ผู้เป็นแม่ไม่สามารถอธิบายการจากไปของพ่อได้ ยิ่งทำให้ออสการ์ห่างจากแม่ของเขามากขึ้น จนถึงขั้นก้าวร้าวเลยทีเดียว ต่อมาเขาพบกุญแจที่ถูกเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าของพ่อ ความอยากรู้ว่ากุญแจดอกนี้จะไขอะไร ทำให้ออสการ์ออกค้นหาอีกครั้งเพื่อยื้อเวลาให้พ่อยังคงอยู่ตลอดไป
 
หลักๆแล้วหนังเรื่องนี้มีไลน์หลักคือการก้าวผ่านและการยอมรับของออสการ์ต่อสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ อย่างการที่คนแปลกหน้าจะฆ่ากันอย่างไร้ข้ออธิบาย เฉกเช่นการจี้เครื่องบินพุ่งชนตึกและฆ่าพ่อของเขา แม้ออสการ์จะวางตัวฉลาดแค่ไหนก็ตาม เขายังมีความเป็นเด็กและคิดอะไรแบบเด็กๆ การดำเนินเรื่องจึงเป็นการเข้าไปสู่โลกการค้นหาของออสการ์ ทว่าหนังออกจะให้เวลาตรงนี้นานจนเกินไปเสียหน่อย เพราะส่วนสำคัญของเรื่องไม่ใช่เหล่าผู้คนที่ออสการ์เจอ หรือว่ากุญแจจะไขอะไร เพราะสุดท้ายแล้วตัวออสการ์เองก็ดูจะไม่ได้แค่กับมันซักเท่าไหร่ แต่มันเป็นความสัมพันธ์และพัฒนาการที่ออสการ์มีต่อแม่, คนเช่าแปลกหน้าในบ้านคุณย่า, บุคคลนามสกุลแบล็คที่โอบอ้อมอารีเขา จะว่าเป็นการเปลี่ยนวัยของออสการ์ก็ว่าได้ แต่หนังไม่สามารถส่งจุดนี้ออกมาได้ ความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่าออสการ์ก็ยังเป็นเด็กคนเดิมที่มักมีคำพูดใหญ่โตเกินตัวอยู่ดี อีกทั้งคาร์แร็คเตอร์ของออสการ์เองก็ดูไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง ทั้งๆที่เขาเป็นคนพูดกับใครไม่เก่งและปรับตัวยาก ออสการ์กลับเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครต่อใครฟังอย่างสบายๆ และการที่เราไม่อินกับตัวละครหลักก็แทบเป็นการเสียหลักของหนังทั้งเรื่องแล้ว นั่นอาจเกิดจากการขาดประสบการณ์ของนักแสดงเด็กใหม่ Thomas Horn ที่แสดงเกินตัวและเกินบทมากๆ แม้ว่านักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง Tom Hank กับ Max von Sydow ก็ไม่สามารถพยุงหนังไว้ได้เท่าไหร่ จะมีก็แต่ Sandra Bullock ที่มีภาษีในการส่งรับฉากอารมณ์อยู่บ้าง และช่วยดึงหนังขึ้นมาได้มาก
 
โดยรวมแล้ว Extremely Loud & Incredibly Close ไม่ใช้หนังที่ขี้ริ้วขี้เหร่เลย แต่การเล่าเรื่องที่ไม่ได้ช่วยตัวบทนัก อย่างการใช้บทบรรยายของออสการ์อยู่เกือบทั้งเรื่อง และการสรุปตัวละครที่เร่งตัดจบก็เป็นจุดพลาดใหญ่ๆเหมือนกัน แม้การจัดภาพต่างๆจะช่วยหนังอยู่เยอะ แต่ตัวบทเองก็ดูพยายามบิ๊วอารมณ์มากจนสังเกตได้ชัด เรียกว่าพยายามจนเกินตัวก็คงไม่แปลก จึงเป็นที่น่าเสียดายสำหรับเรื่องนี้ เพราะบทแนวรางวัลขนาดนี้ หากถูกนำเสนอได้ถูกวิธีล่ะก็ คงจะได้ไปไกลในเวทีรางวัลกว่านี้แน่นอน
 

Comment

Comment:

Tweet

พึ่งดูหนังเรื่องนี้จบเมื่อกี จากนั้นก็ search มาเจอ blog นี้
ขอบคุณสำหรับ review ละเอียดโดนใจครับ
โดยส่วนตัวก็ดูจบแล้ว ก็รู้สึกว่ามันแหม่งๆอะไรบางอย่างไป .....
แต่ดูจบแล้วกลับทำให้คิดถึงคุณพ่อ แม่ที่ยังอยู่ว่า
ถ้าเรามีเวลาอยู่กับเขา
เราจะไม่ไปพูดคุยบอกรักเขาเลยหรอ
เพราะเมื่อเขาจากไปแล้วดูจะยุ่งยากพิกล

#2 By เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลคอนกลางวันๆ (103.7.57.18|58.11.215.29) on 2013-03-09 23:19

Links