Review 'War Horse'

posted on 26 Jan 2012 00:27 by kc-eazyworld in Movie
 
ความโหดร้ายของสงครามสร้างบาดแผลและความตายมากมาย และไม่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ แต่เหล่าสัตว์ทั้งหลายต่างต้องร่วมชะตากรรมไปทั้งที่พวกมันไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วยเลย War Horse เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ Steven Spielberg ผู้กำกับที่มอบเวทมนตร์ให้กับฮอลลิวูดมากว่า 40 ปี โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างอิงจากนวนิยายอังกฤษสำหรับเยาวชน ของ Michael Morpurgo และเคยเป็นละครเวทีมาแล้วหลายครั้ง นับว่าเป็นแนวถนัดของเฮียสปีลเบิร์กทีเดียว หนังเล่าเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างการปะทะของ Allies และ Central Powers โดยเป็นการเล่าผ่านตัวละครม้าผู้ซึ่งพลัดเข้ามาในสงครามนี้ ม้าตัวนี้มีชื่อโจอี้ มันถูกเลี้ยงดูจากเด็กหนุ่มลูกชาวไร่ อัลเบิร์ต แต่ในช่วงก่อนสงครามที่ทำให้ทุกคนต่างสะสมเงินทองเพื่อเอาตัวรอดในภายหลัง พ่อของอัลเบิร์ตจำต้องขายโจอี้ให้กับทหารนายหนึ่ง อัลเบิร์ตจึงต้องจากโจอี้ไปอย่างหลึกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่โจอี้เองต้องพุ่งเข้าสู่สมรภูมิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน War Horse มีเนื้อหาของหนังที่ส่วนผสมระหว่างความเบาและหนักออกมาได้ค่อนข้างลงตัว การที่หนังเล่าผ่านตัวละครที่เป็นสัตว์ก็ถือเป็นจุดที่ช่วยดึงอารมณ์เห็นอกเห็นใจได้มากขึ้น แต่ข้อเด่นของบทไม่เพียงแค่กับม้า ในระหว่างการเดินทางของโจอี้ที่ได้พบผู้คนใหม่ๆก็ยังเป็นจุดที่ส่งพลังให้กับเรื่องเข้าไปอีก
 
ตัวสปีลเบิร์กเองที่มีภาษีในการทำหนังสงครามอยู่แล้ว กับเรื่องนี้ก็คุมอารมณ์ฉากเหล่านั้นได้ดีมาก ทั้งสถานการณ์ของคนและม้าที่ต้องถูกดึงไปยุ่งเกี่ยว และมนุษยธรรมระหว่างประเทศแม้ในช่วงสงคราม จะขัดก็เพียงแต่บางซีนที่พยายามบิ้วมากเกินไปบ้างตามสไตล์หนังเก่าๆ ที่มาดูตอนนี้มันก็แอบเชยอยู่เหมือนกัน ...อีกหนึ่งความเยี่ยมของ War Horse คือเหล่าตัวละครที่มีสเน่ห์มากๆ โดยเฉพาะเหล่าผู้ผลัดเปลี่ยนเป็นเจ้าของโจอี้ ส่วนนี้คงต้องยกความดีความชอบให้ทีมนักแสดงอย่าง Peter Mullan, Niels Arestrup, David Thewlis, Tom Hiddleston, Benedict Cumberbatch และยังเป็นการเปิดตัวพ่อหนุ่ม Jeremy Irvine ที่แม้ครึ่งแรกจะดูเฉยๆอยู่ แต่ส่วนท้ายเรื่องก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว ด้านภาพยังถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่อดพูดถึงไม่ได้ งานถ่ายภาพและองค์ประกอบทำออกมาได้สวยราวกับภาพวาดในช่วงต้น และสลดหดหู่ในช่วงสงคราม ติดอยู่บ้างในบางฉากที่จัดแสงหลอกตาแทบจะเป็นซีจี ทั้งๆที่ไม่น่าจะต้องใช้ (ไม่แน่ใจว่าเป็นที่คุณภาพกล้องที่ใช้ถ่ายรึเปล่า) ส่วนด้านดนตรีประกอบของ John Williams นั้นก็เป็นสไตล์ของเฮียคนนี้อีกเช่นกัน ดนตรีรับส่งอารมณ์ยิ่งใหญ่, ว่องไว, มุขตลก, สลด และความหวัง ได้สอดคล้องกับตัวหนังอย่างลงตัว
 
ใครที่เป็นแฟนหนังของผู้กำกับคนนี้ก็ไม่ควรพลาด War Horse เป็นอย่างยิ่ง หนังเรื่องนี้ยังชนะลูกโลกทองคำมาแล้ว 2 รางวัล, เข้าชิง BAFTAs 5 รางวัล และยังได้เข้าชิงออสการ์ถึง 6 รางวัล มาช่วยกันลุ้นว่าจะสามารถกวาดกลับบ้านไปได้เท่าไหร่ แต่ตอนนี้ War Horse และโจอี้ก็ได้กวาดใจผู้ชมกว่าครึ่งโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
ป.ล. บทความนี้ได้ลงในเว็บไซต์ Kornang.com อย่างถูกต้อง
 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องนี้ชอบมากค่ะ อาจไม่ตรึงตาเท่าไหร่แต่ก็ประทับใจเล็กๆ ดูจบปุ้บไปซื้อหนังสือมาอ่านต่อปั้บเลย 555

#3 By MiTT on 2012-02-18 21:17

ผมชอบฉาก ยกธงขาวเพื่อช่วยม้า มากๆ

#2 By keaaaa on 2012-01-27 12:03

น่าดูๆ เดี๋ยวไว้จะหาโอกาสดูนะครับbig smile

#1 By bright (125.24.107.14) on 2012-01-26 10:15

Links