Review 'The Artist'

posted on 20 Jan 2012 15:06 by kc-eazyworld in Movie
 
กว่าร้อยปีมาแล้วที่ Silent Film หรือหนังใบ้ขาว-ดำถูกสร้างขึ้นมา ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นวงการภาพยนตร์ก็ว่าได้ โดยมีระยะรุ่งเรืองอยู่ราว 35 ปี จนกระทั่งภาพยนตร์ที่มีเสียงพูดมาแทนที่ในช่วงปลาย 1920s ซึ่งเป็นธรรมดาสำหรับดาราหนังใบ้สมัยนั้นที่หลายๆคนต้องลาวงการไป เพราะพวกเขาไม่สามารถทำให้ผู้ชมพอใจด้วยเพียงการแสดงหน้าตาและท่าทางอีกต่อไป The Artist นับเป็นหนังยุคใหม่ที่กล้ามากๆในการนำสเน่ห์ของหนังใบ้มาใช้ในการเล่าเรื่องอีกครั้ง นี่เป็นภาพยนตร์ฝรั่งเศสฝีมือ Michel Hazanavicius ผู้กำกับที่เคยสร้างชื่อไว้ในหนังล้อเลียนสายลับเจมส์ บอนด์อย่าง OSS 117 สำหรับใน The Artist ได้หยิบเอาเรื่องราวของวงการภาพยนตร์สมัยปลาย 1920s มาถ่ายทอดด้วยสไตล์หนังใบ้น่ารักน่าชัง หนังมีลักษณะคล้ายกับ Singin' in the Rain ที่พูดถึงดาราหนังใบ้สมัยที่ต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในวงการ The Artist เล่าผ่านตัวละคร George Valentin พระเอกภาพยนตร์แอ็คชั่นเจ้าสเน่ห์ผู้โด่งดังในช่วงรุ่งเรืองของภาพยนตร์ใบ้ เขามั่งคั่งในเงินทอง, ชื่อเสียง และความทะนงตน ระหว่างงานเปิดตัวหนังของเขา จอร์จได้พบกับ Peppy Miller สาวไร้ชื่อผู้พยายามไต่เต้าเข้าวงการและชื่นชมจอร์จด้วยความหลงใหล จอร์จถูกชะตาเปปเปอร์และให้ความสนับสนุนอยู่ห่างๆจนเกิดเป็นความผูกพันกัน ขณะที่จอร์จเองนั้นแต่งงานแล้ว แต่เขายังสนิทกับเจ้าสุนัขคู่ใจ Uggie มากกว่าภรรยาตนเองเสียอีก เมื่อวงการภาพยนตร์เข้ายุคใหม่ของหนังมีเสียงพูด เปปเปอร์ได้กลายเป็นดาราดังในชั่วข้ามคืน จอร์จกลับค่อยๆล้มละลายและถูกลืมในที่สุด
 
คาร์แร็คเตอร์อันโดดเด่นของจอร์จนั้นช่วยขายหนังได้อย่างมาก เขาเป็นต้นแบบนักแสดงผู้มีความภาคภูมิใจในยุคสมัยของเขา และความทะนงตัวนั้นทำให้จอร์จไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในยุคใหม่ได้ ขณะที่เปปเปอร์เป็นดารายุคใหม่ที่มีเพียงจอร์จดึงเธอไว้ไม่ให้ลบหลู่กับบุคคลในอดีตที่ช่วยเปิดทางให้เธอมีวันนี้ การดำเนินเรื่องนั้นออกมาแบบสบายๆ ไม่หนักเหมือนเนื้อหาที่กล่าวมา โดยความรักระหว่างจอร์จและเปปเปอร์ก็ถูกแสดงออกอย่างน่ารักน่าชัง นอกจากนี้บทหนังยังฉลาดในการใช้ความเป็นหนังใบ้มากๆ และมีมุขตลกล้อเลียนตัวเองอยู่บ่อยๆ แน่นอนว่าหนังที่ไร้บทพูดและมีเพียงแค่ Title Card ให้อ่าน นักแสดงนั้นล้วนต้องมีความสามารถบอกเล่าอารมณ์ผ่านสีหน้าและท่าทางอย่างดี Jean Dujardin ผู้รับบทจอร์จ มีสเน่ห์และพลังในการคุมหนังไว้ได้ขั้นยอดเยี่ยม เขาสื่ออารมณ์ผ่านแววตาและรอยยิ้มที่ชนะใจผู้ชมได้ไม่ยาก ขณะที่นักแสดงคนอื่นๆอย่าง Berenice Bejo, John Goodman, James Cromwell, Penelope Ann Miller, Missi Pyle และ Ed Lauter ต่างก็ทำออกมาได้ดีสมตัว การดูหนังใบ้ที่องค์ประกอบด้านเสียงพูดและซาวด์เอฟเฟ็คถูกตัดไป ทำให้ดนตรีประกอบมีส่วนอย่างมากในการดึงผู้ชมให้มีอารมณ์ร่วมไปกับภาพ โดยผลงานสุดคลาสสิคของ Ludovic Bource นี้ก็ส่งผลต่อตัวหนังมากเช่นกัน
 
ภาพยนตร์ The Artist ถือเป็นของหายากมากในวงการหนังปัจจุบัน มันทั้งฉลาด, น่ารัก และอิ่มเอมในเวลาเดียวกัน หนังยังกวาดรางวัลจาก Cannes และ Golden Globes มาแล้ว ซึ่งคงต้องดูต่อไปว่าจะได้รับกี่รางวัลจาก BAFTA และ Oscars ในช่วงเดือนหน้านี้ สำหรับคอภาพยนตร์แล้วก็อยากให้มีโอกาสไปชมกัน อย่าอคติที่มันเป็นหนังใบ้หรือขาว-ดำ แล้วคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
 

Comment

Comment:

Tweet

ได้ไปดูมาแล้ว จากความอึดอัดนิดๆตอนต้นเรื่องเพราะหนังเงียบสนิทจริงๆมันเปลี่ยนเป็นความอิ่มเอมอย่างที่บอก

คุ้มค่าคุ้มราคาที่จ่าย คุ้มเวลาด้วย เป็นหนังที่ชอบเลยอ่ะ มีเสน่ห์มากๆ
ชอบการเล่าเรื่องอ่ะ เก่งจริงๆที่ทำให้หนังที่ขาวดำและยังใบ้อีกมีความสนุกน่าติดตามตลอด ไม่เกิดความเบื่อเลย

สุดยอดดดดดอ่ะ

#4 By Señor(ita) on 2012-02-28 20:49

ได้ A เชียว น่าสนใจมากครับ big smile

#3 By Komuri on 2012-02-06 21:31

อยากดูมากๆ

#2 By Señor(ita) on 2012-01-22 18:59

big smile

#1 By youuue on 2012-01-20 19:58

Links