Review: Source Code

posted on 06 Apr 2011 20:30 by kc-eazyworld in Movie

ภาพยนตร์จาก Duncan Jones ที่เคยผ่านงานนิยายวิทยาศาสตร์ซับซ้อนคิดแล้วคิดอีกอย่าง

Moon มาแล้ว แม้ Source Code จะไม่ใช่หนังที่เขาเขียนบทเองแบบเรื่องก่อน แต่สไตล์และ

ความคล้ายในประเด็นหนังมันก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่ามันมาในประเด็นเดียวกัน การโปรโมต ทั้ง

ตัวอย่างหรือใบปิดก็ดูจะนำเสนอในแง่ความเป็นทริลเลอร์แอ็คชั่นมากเกือบเกินไป เพราะอัน

ที่จริงแล้ว มันไม่ได้เน้นที่จุดนั้นอย่างที่พูดไว้ ต้องบอกไว้ก่อนว่ารีวิวครั้งนี้จะต้องขอสปอยถึง

เนื้อเรื่องหลักบ้างเล็กน้อย เพราะรีวิวไม่ได้จริงๆหากไม่พูดถึงการพลิกบทบาทของหนังที่มัน

สุดขั้วแบบนี้ ถ้าใครยังไม่ได้ดูหรือไม่อยากรู้เรื่องก่อนก็ขอให้เลี่ยงอ่านละกัน Spoiler Alert

 

เนื้อเรื่องนั้นเริ่มต้นที่กัปตัน Colter Stevens ที่เข้ามาทำภารกิจสุดพิศวงแบบงงๆ เขามีเวลา

เพียง 8 นาทีเพื่อเข้าไปในช่วงชีวิตสุดท้ายของ Sean Fentress ก่อนที่รถไฟขบวนที่เขานั่งจะ

ระเบิดจากการก่อการร้าย  Colter จะต้องหาตัวการเพื่อหยุดการวางระเบิดครั้งต่อไป แม้ว่า

จะเริ่มด้วยเหตุการณ์ตามหามือระเบิดที่ออกไปแนวสืบสวนเล็กๆ แต่แกนของหนังก็พลิกกลับ

มาพูดถึงประเด็นมนุษยธรรมและคุณค่าของชีวิตที่ทำเอาจุกไปเลย กับสถานการณ์ของผู้คน

บนขบวนรถไฟ และชะตากรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ Colter จนเราอดสงสารไม่ได้กับการที่จะ

ต้องตายซ้ำแล้วซ้ำอีก ฉากจบก็ทำเอาซึ้งกับช่วงนาทีอันมีค่าของชีวิตมนุษย์ไปเลย ในส่วนที่

 

เป็น Science Fiction สุดๆคงเป็นเรื่องของ Parallel Universe หรือโลกคู่ขนาน ที่ระหว่างดู

ไปตลอดก็อดคิดไม่ได้ว่าเราอยู่ในโลกคู่ขนานหรือเป็นเพียงความทรงจำของ Sean กันแน่

ความเปิดกว้างในโลก Source Code มันดูเป็นไปไม่ได้หากจะเป็นเพียงเสี้ยวนาทีจากสมอง

ของ Sean เพราะไม่งั้น Colter คงไม่มีอิสระขนาดนั้น (เหมือนเล่นเกมแล้วเดินต่อไม่ได้...)

บทนั้นฉลาดและปล่อยให้คิดต่อกันสนุกทีเดียว ตัวละครของเรื่องนี้แม้จะมีหลักๆอยู่ 3-4 คน

แต่ตัวละครที่น่าประทับใจคงเป็น Colter และ Goodwin ที่ดูมีมิติกับเนื้อเรื่องมาก โดยเฉพาะ

ในฉากสนทนาที่เราได้มาพบว่าจริงๆแล้วทั้งสองไม่ได้คุยกันอย่างที่เป็นอยู่ (เล่นเอาสะอึก!)

 

ด้านนักแสดงนั้น ทั้งทีมถือว่าทำได้เยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น Vera Farmiga, Michelle Monaghan

โดยเฉพาะ Jake Gyllenhaal ที่เข้าถึงตัวละครและถ่ายทอดหาผู้ชมได้เยี่ยม ที่น่าขัดตาหน่อย

คงเป็น Jeffrey Wright ที่แม้จะแสดงเข้าถึงบท แต่มันขัดตาอย่างบอกไม่ถูก ด้านภาพนั้นก็

ออกจะธรรมดาไปหน่อย ทั้งโทนสีต่างๆ จะมีก็บอกฉากที่ให้อารมณ์โหวงๆตามอารมณ์ เช่น

ฉากระหว่างการระเบิดซ้ำๆที่ Colter เผชิญ หรือฉากไคลแม็กซ์ แต่อารมณ์หนังนั้นไม่ได้ให้

ความรู้สึกเรียลเหมือนคราว Moon นัก ด้านดนตรีประกอบนั้นคิดว่าเข้ากับหนังได้เยี่ยม จะ

เว้นก็แต่ดนตรีเปิดเรื่อง ซึ่งทั้งภาพและเสียงมันชวนนึกถึงฉากเปิดของ Devil ชะมัด แม้ว่านี่

อาจจะไม่ใช่หนังทริลเลอร์เต็มสูบแบบที่ใครอาจหวังอยู่ แต่รับรองว่ามันล้ำเกินคาดแน่ๆ !!!


 

Comment

Comment:

Tweet

เยี่ยมครับเรื่องนี้ แฝงปรัชญาอย่างดีทีเดียว

#5 By juthas on 2011-04-13 13:33

B+

#4 By keaaaa on 2011-04-11 14:14

ตื่นเต้นไอ่ตรงแปดนาทีกับดันไปเปลี่ยนโลกอดีตนี่ดิ

#3 By Jota comic D on 2011-04-07 09:46

เพิ่งไปดูมารอบ 6 โมงเย็นค่ะ สนุกมาก

ถึงแม้ทั้งเรื่องจะวนอยู่กับหามือระเบิด

แต่มันก็สนุกค่ะแปลก ฮา

หนังได้ข้อคิดเยอะดีค่ะ ชอบแนวคุณค่าของชีวิต

#2 By J 0 H A N N D R 0 on 2011-04-07 00:08

น่าดู

#1 By ลิงแว่น on 2011-04-06 21:30

Links