Review: Last Night

posted on 17 Mar 2011 23:56 by kc-eazyworld in Movie

เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่รอดูนานที่สุดในชีวิต Last Night ผลงานของ Massy Tadjedin ซึ่งเริ่ม

โปรเจ็คนี้ รวมทั้งการถ่ายทำเสร็จสิ้นในปี 2007 แต่ก็ถูกเลื่อนกำหนดฉายเรื่อยมา จากความ

โงนเงนของ Miramax และได้ฉายในที่สุดปี 2010 ในเทศกาลหนังทั้ง Toronto International

Film Festival และ Rome Film Festival จากนั้นก็เริ่มฉายในประเทศอื่นๆเรื่อยมาจนมาถึงไทย

(บัดนี้ชาวอเมริกันก็ยังไม่ได้ดูซะที) จะว่าไปก็ไม่ถือว่าเป็นหนังที่ผิดหวังอะไร เพราะได้อ่านตัว

Scriptment แรกของหนังไปแล้ว จึงเดาได้ว่าเข้าไปดูจะต้องเจออะไรบ้าง ตัวหนังนั้นค่อนข้าง

ไปเป็นธรรมดาอย่างคิดไว้ แต่ส่วนที่น่าเสียดายคือการตกหล่นของรายละเอียดจากบทนั่นล่ะ

 

Last Night เล่าเรื่อง 1 คืนของจากแยกจากกันของสองสามีภรรยา Michael และ Joanna ที่

ฝ่ายสามีนั้นต้องไปทำงานต่างเมืองกับพนักงานสาวสวยคนใหม่ที่ดูเหมือนทั้งคู่จะแอบมีใจให้

กัน ฝ่ายภรรยาเองก็ต้องพบกับแฟนเก่าที่ยังไม่อาจลืมได้ ส่วนที่ดีที่สุดของตัวหนังนั้นคิดว่าเป็น

ช่วงแรกๆของเรื่องที่การสงสัยทั้งกับตัวเองและอีกฝ่ายมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้น หลังจากนั้นมันก็เอื่อย

ไปเลย ไม่พีคและสื่ออารมณ์ได้เท่าตอนอ่านเป็นตัวหนังสือ โดยเฉพาะฉากที่ถึงจุดให้เราลุ้นแล้ว

ว่าใครจะเป็นฝ่ายนอกใจก่อน มันก็ดูออกง่ายแบบไร้ชั้นเชิงเกินไป การสื่อแบบเจ็บๆฉบับตัวบท

ในตอนจบก็ไม่ถูกนำมาใช้ได้ดีพอ เพราะหนังนั้นมันสื่ออารมณ์ด้วยสีหน้าท่าทางตัวละคร ซึ่งใน

ฉากจบก็ดูอยากไปหน่อยว่าพวกเขารู้สึกอะไรในใจ น่าจะให้พูดออกมาโต้งๆแบบในบทไปเลย

 

ด้านตัวละคร เริ่มที่ Joanna รับบทโดย Keira Knightley ที่เรื่องนี้ก็แทบจะเป็นหนังของเธอไป

เลยก็ว่าได้ แต่ดูเหมือนเธอยังคุมอารมณ์หนังและตัวละครได้ไม่ดีนัก แต่ก็นับว่าไม่เลวและดูเป็น

ธรรมชาติทีเดียว คนที่สอง Michael รับบทโดย Sam Worthington (กี๊ซๆ) คนนี้เล่นบทอารมณ์

ได้พอตัวอยู่แล้ว แม้จะไปไม่ค่อยสุดแต่ก็ถือว่าสมบทบาท ต่อมากับ Alex รับบทโดย Guillaume

Canet ที่คิดว่าหลังจากนี้คงได้แจ้งเกิดแน่ๆ เพราะเขาเล่นได้มีสเน่ห์และเข้าถึงบททีเดียว สุดท้าย

กับ Luara รับบทโดย Eva Mendes ที่คิดว่าเป็นตัวละครและการแสดงที่ด้อยที่สุดในบรรดาสี่คน

แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่ น่าเสียดายที่บทของ Andy นั้นโดนตัดไปเยอะ ไม่งั้นคงมีอะไรให้พูดถึงกว่านี้

 

ทางด้านภาพนั้นถือว่ามาตรฐานปกติ ที่ดูจะคุมโทนดีหน่อยคงเป็นแสงและสี ซึ่งนับว่าถ่ายได้ยาก

ของฉากตอนกลางคืน มุมกล้องค่อนข้างจะธรรมดา การตัดภาพช่วงต้นๆไปจนกลางเรื่องทำได้ดี

แต่การสลับฉากในบางจุดที่ทับซ้อนกันก็ทำแอบมึนนิดๆ ดนตรีประกอบจริงๆแล้วมีสเน่ห์มาก มัน

เคยถูกใช้ในตัวอย่างที่ 2 ของเรื่องนี้ พอมาฟังเข้ากับหนังก็ดูดีขึ้นเยอะ แต่มันถูกใช้วนเยอะไปบ้าง

และถูกใช้ผิดจุด บางฉากที่ไม่น่ามีดนตรีก็ถูกใส่เข้ามา แต่ในบางฉากก็กลับเงียบไปเลย จริงๆแล้ว

บางคนอาจเห็นว่าหนังแนวนี้มันน่าเบื่อ แต่ก็อยากให้เปิดใจลองไปชมดู เนื้อหาของหนังเรื่องนี้พยา-

ยามสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ว่าจะเป็นการผูกพันในฐานะคู่สมรส ความอดทนและอดกลั้นก็ถือเป็น

ความซื่อสัตย์ต่อกันอย่างหนึ่ง จริงๆแล้วจะให้เรื่องนี้ 7 แต่ขึ้นมาอีก .5 เพราะอะไรคงรู้กัน อิอิอิ


 

Comment

Comment:

Tweet

บรรยากาศของหนังกับนักแสดงน่าดู

ลังเลตรงบทเนี่ยแหละ

#2 By juthas on 2011-03-18 01:22

สองจิตสองใจ ไปดูดีมั้ย เอ สงสัยจาคิดดังไปหน่อยbig smile

#1 By Kay on 2011-03-18 00:39

Links