Review: I Am Number Four

posted on 18 Feb 2011 20:26 by kc-eazyworld in Movie

I Am Number Four สร้างจากนิยายขายดีของ Pittacus Lore (นามปากกาของสองนักเขียน

 James Frey และ Jobie Hughes) ในชื่อเดียวกัน กำกับโดย D.J. Caruso จาก Disturbia

และ Eagle Eye หนังนั้นแม้จะโปรโมตไปในแนวแอ็คชั่นซะส่วนใหญ่ แต่จริงๆแล้วก็ออกไปใน

ทางโรแมนติกวัยรุ่นซะมากกว่า คล้ายๆเหตุตอนคราว Twilight อยู่ไม่น้อย แต่เรื่องนี้ดีกรีนั้น

ยังดีกว่าอยู่เยอะ เหตุเพราะทั้งเรื่องไม่ได้หมดไปกับการพลอตรักของพระนางที่ส่งสายตาปาน

จะกินกันตลอดเวลาเหมือนเรื่องก่อนที่กล่าวไป หนังซ่อนความน่าค้นหาของโครงเรื่องที่นับว่า

เป็นจุดเด่นๆของนิยายเหล่านี้ที่ทำให้คนติดกันได้นักหนา ถือว่าเลือกโทนของหนังได้ฉลาดดี

 

เรื่องราวของผู้มาจากนอกโลกทั้งเก้าเพื่อหลบหนีการล้างเผ่าพันธุ์จาก Mogadorian พวกเขา

ถูกไล่ฆ่าเรียงตามลำดับเลข จนมาถึงคราวของหมายเลข 4 หนุ่มแดเนียลหรือจอห์นหรือในอีก

หลายๆชื่อ ชีวิตเขาต้องหลบซ่อนตลอดเวลาจนไม่สามารถผูกพันกับใครได้ มีเพียง Henry ผู้

พิทักษ์ของเขาร่วมเดินทางไปด้วย จนกระทั่งพบกับสาว Sarah ที่ทำให้เขาตกหลุมรักเป็นครั้ง

แรก แม้จะว่าเนื้อหาช่วงต้นถึงปลายเรื่องจะไปแนวไฮสคูลอเมริกันเพ้อฝันไปหน่อย แต่ก็มีการ

แทรกฉากลึกลับให้พอตื่นเต้นและน่าติดตามบ้าง จนฉากไคลแม็กซ์ที่ประกอบกันได้ค่อนข้างลง

ตัวระหว่างแอ็คชั่นกับโรแมนซ์ ถึงจะมีฉากไม่สมเหตุสมผลบ้าง เช่น การโดนจับตัวของเฮนรี่

 

ตัวละครหลักซึ่งคือหมายเลขสี่ แม้จะดูพระเอ๊กพระเอกแสนจะตามธรรมเนียม แต่ก็ยังมีอะไร

ให้พอน่าค้นหาอยู่บ้าง ทำให้เดินเรื่องจากตัวละครนี้ไปได้ดี ผู้รับบทอย่าง Alex Pettyfer ซึ่งก็

ทำได้ไม่เลว แต่อาจไม่ถึงกับแจ้งเกิดได้ในข้ามคืน ด้านบทของ Henry เองแอบคิดว่ามันง่าย

และน้อยไปหน่อย ไม่งั้นอาจถึงอารมณ์ในฉากหลังๆมากกว่านี้ ยังแอบสงสัยว่าทำไม Timothy

Olyphant มารับบทนี้ ส่วนนางเอก Sarah ที่เอาตรงๆคือบทไม่มีอะไรเลย(ซักนิด) สวยไปมา

ในแต่ละฉากเท่านั้นเอง ฉากจบน่าจะมีอะไรให้เธอพูดมากกว่านี้ด้วย แม้จะชอบผู้รับบทอย่าง

สาว Dianna Agron แต่บทคราวนี้ไม่เอื้อให้เธอเปิดตัวเอาซะเลย (สู้ใน Glee ก็ไม่ได้ ฮ่าๆ)

ส่วนบทของหมายเลข 6 ก็ออกจะน้อยเกินไปหน่อยที่จะตัดสินอะไรได้ แต่ว่าเท่ห์ได้ใจมากๆ!

 

ด้านโปรดัคชั่นนั้น แม้จะชวนในนึกถึง Smallville เวอร์ชั่นหนังใหญ่ไปหน่อย แต่ฉากแอ็คชั่น

ในตอนหลังก็ยกระดับหนังขึ้นมาได้ดีทีเดียว CGI ต่างๆรวมทั้งมุมกล้องเองก็ส่งมาก สมแล้ว

ที่คุมโดย Michael Bay แต่ก็มีข้อเสียเดิมๆคือกล้องถ่ายเร็วไปบ้าง เช่นฉากสู้ของเฮนรี่ในบ้าน

และฉากสู้วิ่งบนโต๊ะในห้องเรียน ทว่าโดยรวมก็มันส์สุดๆสมกับที่โปรโมตแอ็คชั่นไว้เยอะ จริงๆ

น่าจะคุมสีมากกว่านี้หน่อย มันออกไปในโทนซีรีส์โทรทัศน์ไปนิด บวกกับการแต่งหน้าแปลกๆ

ของ Mogadorian ที่ดูปลอมๆ ไม่แน่ใจพวกดีไซน์ของสัตว์ประหลาดว่าให้ตรงกับฉบับนิยาย

หรือเปล่า แต่รู้สึกว่าหน้าตาออกมาดีไซน์แปลกมาก ดนตรีประกอบมีดีบ้างเสียบ้าง ส่วนใหญ่

คือเอาดนตรีพยายามบิ๊วมากไปหน่อย จริงๆก็นับเป็นหนังวัยรุ่นแอ็คชั่นโรแมนติกที่ทำออกมา

ได้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแฟนนิยายหรือไม่ก็อยากแนะนำให้ไปดู และเชียร์ให้ได้ทำภาคต่อเต็มที่!


 

Comment

Comment:

Tweet

พลังของพระเอกมันเหมือนแสงไฟฉายนะ sad smile

#1 By keaaaa on 2011-02-19 10:34

Links