Review: The King's Speech

posted on 29 Jan 2011 23:29 by kc-eazyworld in Movie

อีกหนึ่งตัวเต็งม้ามืดเข้าชิงออสการ์ถึง 13 สาขา รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับ,

นักแสดงนำชายและหญิง และนักแสดงสมทบชาย ล่าสุดเพิ่งกวาดรางวัลใหญ่มาจาก PGA

แบบเกินคาดจากที่เดาไว้ว่า The Social Network คงได้แน่ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะไปพิสูจน์ด้วยตา

ตนเอง ยอมรับเลยว่านี่เป็นภาพยนตร์ดราม่าอารมณ์ยุโรปที่สมบูรณ์แบบที่สุดของปี 2010 เท่า

ที่ดูมา หนังแสดงออกมาครบทุกด้านเกือบจะไร้ที่ติ ไม่ใช่เพียงบทที่เรียบเรียงมาอย่างดี แต่ทุก

องค์ประกอบล้วนออกมาอย่างประณีตจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเรียกเสียงฮือฮาขนาดนี้

เริ่มเรื่องด้วยเจ้าชายแห่งอังกฤษที่พูดติดอ่าง และไม่มีความมั่นใจในการพูดต่อหน้าสาธารณชน

เขาจึงเข้ารับการฝึกพูดกับ Lionel ชายผู้เชี่ยวชาญกับการรักษาอาการพูดผิดปกติทุกชนิด ทว่า

เจ้าชายองค์นี้จะต้องเปิดใจของเขาด้วย แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อเขาต้องมาเป็นพระราชา

George VI และจะต้องพูดออกอากาศก่อนสงครามโลกครั้งที่สองทั่วประเทศ บทของหนังนั้น

ต้องขอชมว่ามันครบทุกอารมณ์และทำเอาอินไปด้วยเกือบทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นมุขขำๆ, ความ

กดดันในราชสำนัก, บรรยากาศในตอนแถลงทุกฉากของ King George VI และฉากเศร้าที่ทำ

เอาเกือบน้ำตาตก จะมีบ้างที่ออกน่าเบื่อเกือบหลับเล็กๆ แต่อารมณ์จากหนังก็สามารถดึงคนดู

กลับมาได้ตลอด ความเรียบง่ายของหนังนั้นนุ่มลึก ถือว่าเป็นการเลือกโทนหนังได้ฉลาดมาก

ด้านตัวละครนั้นเรียกได้ว่าสร้างสีสันและอารมณ์ของหนังอย่างยอดเยี่ยม เริ่มที่ King George VI

รับบทโดย Colin Firth เขาเป็นตัวละครที่น่าตราตรึงเอามากๆ เป็นคนที่มีหลายแง่มุม และเอาแน่

เอานอนไม่ค่อยได้ในตอนแรกๆ แต่แล้วเราก็ได้เห็นความเป็นผู้นำของเขาขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ

จากการแสดงอันสุดยอดของโคลินที่เข้าถึงบทสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกท่าทาง อาการพูดติดอ่าง

ที่ออกมาเหมือนอย่างกับเขาเป็นจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมเหนือคำบรรยายจริงๆ

สมแล้วที่กวาดรางวัลดารานำชายมาหลายสำนัก ต่อมากับ Queen Elisabeth II รับบทโดยดารา

สาวเจ้าบทบาท Helena Bonham Carter ที่เรื่องนี้เราได้เห็นเธอในลุคสูงศักษ์ แต่เธอก็แสดงตัว-

ละครนี้ออกมาได้อย่างเป็นกันเองและผู้ดีในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าเธอตีบทแตกในทุกบทบาท

ถัดมาที่ Lionel Logue รับบทโดย Geoffrey Rush ผู้เป็นคนช่วยบันดาลปาฏิหาริย์ครั้งนี้ จุดดีจาก

ตัวละครนี้คือหนังเลือกที่จะให้เราเห็นภูมิหลังและครอบครัวของเขาที่เป็นเพียงคนธรรมดา ไม่ได้ไป

เก่งวิเศษวิโสมาจากไหน แถมยังมีเทคนิคและวิธีการสอนต่างๆให้เราได้เรียนสนุกไปกับเขาอีกด้วย

โทนหนังนั้นทำออกมาในสไตล์ยุโรปยุคเก่าๆ โดยฉากส่วนใหญ่จะอยู่ในร่มและพระราชวังบัคคิง-

แฮมอันตระกาลตา ฉากด้านนอกมันสว่างกว่าปกติ ไม่ค่อยแน่ใจจุดนี้ว่ามีความแฝงรึเปล่า มุม

กล้องหลายฉากเลือกถ่ายต่ำกว่าระดับสายตาบ้าง ซึ่งก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบดี ส่วนด้านดนตรีนั้น

ส่วนตัวคิดว่าออกจะธรรมดาขนาดได้เข้าชิงออสการ์... The King's Speech ฉายรอบพิเศษแล้ว

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รอบฉายเวลาหลัง 2 ทุ่ม และจะฉากจริงในเครือ APEX วันที่ 3 กุมภาพันธ์


 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นเรื่องที่เห็นตัวอย่างแล้วสัญญาถึงกับสัญญากับตัวเองเลยล่ะว่าต้องไปดูให้ได้ ...และเมื่อได้ดูแล้ว ก็ประทับใจพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ big smile

ป.ล. แก้เป็น Queen Elizabeth ได้ไหมคะ ชื่อของ Queen Consort ของพระเจ้าจอร์จที่ ๖ เป็นชื่อเดียวกับชื่อของพระธิดาองค์โต ซึ่งต่อมาครองราชย์ในนาม Queen Elizabeth II ค่ะ ส่วนพระราชินีในพระเจ้าจอร์จที่ ๖ ก็อยู่ในตำแหน่ง Queen Mum ค่ะ

#3 By fern on 2011-02-10 23:00

ชอบและตราตรึงมากเลยเรื่องนี้

#2 By Johnny (202.44.8.100) on 2011-02-02 12:08

ยังไม่ได้ดูครับ

และในบรรดาหนังออสการ์ทั้งสิบเรื่อง ก็อยากดูเรื่องนี้น้อยที่สุดแล้ว

แต่หลังจากชนะทั้ง DGA / PGA

ก็น่าเสียดายทั้งฟินเชอร์ และ TSNsad smile

#1 By keaaaa on 2011-01-30 15:56

Links