และแล้วก็เจียดเวลามาแปลได้ซะที เคยลงไว้ก่อนหน้านี้ว่าแซมกับโซอี้ได้ให้สัมภาษณ์กับ

Premiere Magazine ฉบับภาษาฝรั่งเศสของเดือนนี้จากงาน Tokyo Film Festival 2009

มีท่านผู้ใจดีแปลเป็นภาษาอังกฤษให้แล้ว จึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยอีกทีเพื่อเอามาลง

บล็อกนั่นล่ะ อาจจะแปลแปลกๆเพราะมันหลายทอดเหลือเกิน เชิญอ่าน...

 

  

ลืม  Leonardo DiCarpio และ Kate Winslet ไปซะ ขณะนี้ James Cameron ได้คู่พระนาง
ดวงใหม่แล้ว นั่นคือ Sam Worthington (Terminator Salvation) และ Zoe Saldana
(Star Trek) นี่คือสัมภาษณ์พิเศษสองนักแสดงเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ล่าสุดของจิม
Avatar

ตำนาน Cameron
แซม: สำหรับผมชื่อนี้คงเป็นคำเหมือนของคำว่า Titanic  ผมยังจำได้เมื่อครั้งผมดูหนังไป
คิดไปว่าพวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าเรือจะต้องจมในตอนจบ แต่ชายคนนี้กลับสามารถสร้างโลก
ใหม่ๆโดยการบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้น นั่นเรียกว่าพรสวรรค์
โซอี้: ฉันเติบโตขึ้นมากับ Terminatorm, Aliens และใน True Lies เป็นแรงบันดาลใจให้
ฉันทีเดียว หลายคนมักบอกว่าจิมทำงานด้วยลำบาก แต่เมื่อคุณถ่ายภาพยนตร์เกี่ยวข้อง
กับผู้หญิงในลักษณะแบบนี้ คุณจะต้องมีไหวพริบที่ดีทีเดียว ในฮอลิวูดมักจะมีแต่ผู้ชายที่
กอบกู้โลก แต่ไม่ใช่กับจิมแน่นอน
แซม: ผมคิดว่ามันคงไม่ยากนักหรอกถ้าผู้กอบกู้คือหญิงสาวสวยตัวสีฟ้าสูงสามเมตรน่ะ

การคัดตัวครั้งแรก
แซม: เราเจอกันที่บาร์ของโรงแรมแห่งหนึ่งใน LA  โซอี้มาจาก New York ส่วนผมจาก
Australia  จิมแนะนำให้ผมคัดตัวกับนักแสดงหญิงในความคิดของเขาสำหรับหนังไว้แล้ว
นั่นแหละที่ผมต้องขอบคุณ
โซอี้: จิมมักทำให้เราประทับใจเสมอ เขาบอกพวกเราว่าพวกเราเท่านั้นคือเจ้าของบทนี้
ไม่เคยมีความรู้สึกว่าต้องแข่งขันเลย คนที่คุมเรื่องคัดนักแสดงรู้ว่าเราทั้งคู่นั้นตื่นเต้นและ
ประหม่าสุดๆ เขาเลยให้เบอร์แซมมาเพื่อที่เราจะได้เจอกันซะก่อน
แซม: เราดื่มด้วยกัน ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งผมรู้มาว่าโซอี้โทรหาจิมและบอกว่า
"มีปัญหาเดียวเกี่ยวกับแซม คือฉันฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่คำเดียว" ผมก็คิดว่า
"งั้นผมควรจะพูดช้าๆเพื่อให้สำเนียงฟังรู้เรื่องสินะ" (โซอี้หัวเราะและยอมรับ)
โซอี้: บางครั้งคุณไม่ออกเสียงคำมาด้วยซ้ำ เหมือนคุณพูดอยู่ในลำคอ
แซม: เอาเถอะ มันเป็นเพราะจิมมันทำเราสบายเกินไป เพราะเราไม่ต้องคัดตัวด้วยซ้ำ
เราถ่ายหนังกันเลย
โซอี้: มันทำให้เราพบความลับเกี่ยวกับการตีมือของเขาด้วย
แซม: ถ้าจิมตีมือนั่นแสดงว่าเขาชอบสิ่งที่คุณกำลังทำ
โซอี้: เขายังชอบขยับจมูกเวลาสงสัยด้วยล่ะ

การถ่ายทำ
แซม: จิมเป็นคนใจร้อน และมันทำให้เราใจร้อนไปด้วย เขาสนับสนุนคุณโดยแทบไม่ถาม
อะไรเลย ในการถ่ายทำใน Motion Capture เราถ่ายกันที่ที่จำกัด มันสำคัญทีเดียวเพราะ
เราต้องสร้างความรู้สึกให้เสมือนจริงกับจินตนาการของจิม เราเหมือนกันนักเรียนของจิม
และเค้าก็เป็นครูเพี้ยนหน่อยๆคนหนึ่งที่ส่งเราเข้าไปในสนามทรายโดยบอกให้เราสร้าง
ปราสาททรายขึ้นมา
โซอี้: เราใช้เวลาหลายวันในสตูดิโอโดยแทบไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ แทบไม่ได้มองนาฬิกา
พวกเราอาจจะทำงานกันกว่า 20 ชั่วโมงติดต่อกันโดยที่ไม่มีใครเตือนเราเรื่องเวลา รอบตัวฉัน
มีแต่เหล่านักแสดง คุณอาจจะได้แสงที่ดี การแต่งหน้าที่ดี บทพูดสุดยอด แต่หากนักแสดง
ไม่สามารถเล่นได้เพราะปัญหาด้านเทคนิคหรือการเมือง ผลลัพธ์ก็เท่ากับว่าเปล่าประโยชน์
จิมตระหนักถึงเรื่องนั้น และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ทำให้พวกเรารู้สึกปลอดภัย
แซม: ผมไม่เห็นด้วยนะ คนที่สำคัญที่สุดคือการจ่ายค่าตัวในผมน่ะสิ! ผมต้องกินเหมือนกันนะ
ไม่อยากต้องแสดงทั้งๆที่ท้องว่างหรอก (หัวเราะ)

เวลาของจิม
แซม: ระหว่างการถ่ายทำคือ "เวลาของจิม" ไม่มีตาราง ไม่มีกำหนดเวลา ไม่มีคนจากสตูดิโอ
มาก้าวก่าวด้านเวลาอะไรทั้งสิ้น
โซอี้: "คุณหิวเหรอ? แย่จังที่คุณคงต้องรอไปก่อน"
แซม: กับจิม 12 ชั่วโมงในวันทำงานนั้นไม่มีจริง สำหรับเขานั้น 12 ชั่วโมงเป็นเพียงครึ่งของ
วันทำงาน เราทำงานกับ 16-19 ชั่วโมงติดต่อกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกแย่หรอกนะ
เป็นไปได้ผมจะทำงานซัก 25 ชั่วโมงก็ยังไหว
โซอี้: แต่ส่วนที่แย่ที่สุดคือเราเหนื่อยกันเกินกว่าจะลุกไหว
แซม: จิมเป็นตัวอย่างให้พวกเรา เขาทำงานไม่หยุดได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน ตอนเราพัก
ทานข้าว 30 นาที เขาก็ยังคงมุ่งมั่นกับหนังของเขา ตอนเรากลับในตอนเย็น เขาก็ยังเตรียม
การสำหรับพรุ่งนี้ จากสิ่งเหล่านี้ทำให้การบ่นของพวกเรามันออกจะน่าขำ
โซอี้: มีอยู่วันหนึ่งพวกเราไปเดินป่ากันเพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศป่าจริงๆ และจำเป็นต้อง
ลงไปในน้ำในวันที่อากาศเย็นสุดๆ ฉันรอสัญญาณที่จิมจะบอกให้เรากระโดดลงน้ำ แต่เขา
กลับบอกฉันว่า "ถือกล้องให้ที" และเขาก็กระโดดลงน้ำไปคนแรกเลย
แซม: จิมมักเป็นแรงบันดาลใจ เขารู้หน้าที่ของแต่ละคนมากกว่าพวกเขาเองซะอีก ถ้าคุณได้ยิน
ว่าจิมเป็นเผด็จการ มันไร้สาระ! เขาไม่เคยออกคำสั่งจากบัลลังก์หรืออะไร เพราะเขาก็อยู่กับคุณ
ด้วยนั่นแหละ

จิมจอมซุ่มซ่าม
โซอี้: วันหนึ่งจิมบังเอิญหักข้อเท้าตัวเอง...
แซม: …จากการพยายามโชว์พวกเราถึงกังฟู แล้ววันต่อมาเขาก็กลับมาพร้อมกับไม้เท้า ผมเลย
ถามถึงอาการ จิมบอกว่า "อย่าห่วงเลยสหาย Go Kung Fu!!!" (หัวเราะ)
โซอี้: ฉันไม่เคยลืมเมื่อเขาต้องถ่ายฉันคลาน แต่กลับหามุมที่เขาต้องการไม่ได้ จิมนั่งบนรถเข็น
คนป่วยโดยให้ผู้ช่วยเข็น แต่พวกเขาไม่หยุดเลื่อนจนกล้องตกมาใส่จิมจนเขาหัวแตก ฉันนิ่งไปเลย
แล้วบอกเราเขาว่า "จิมคุณเลือดออก" จิมโมโหแล้วบอกว่า "ไม่ ไม่ ถ่ายต่อสิ" เขาเห็นฉันเริ่มตกใจ
จิมเลยหยุดตะคอกแล้วถามฉันว่า "ผมทำให้คุณประหม่ารึเปล่า" ผมตอบไปว่า "เปล่า แต่จะดีมาก
ถ้าคุณเช็ดเลือดออกจากหน้าผากคุณน่ะ!"
แซม: ครั้งต่อมาเขาพยายามรับแรงกระแทกจากคลื่นน้ำลูกมหึมา เรามองเขาไม่เห็นนอกจาก
แขนที่ยื่นขึ้นมาจากน้ำถือกล้องเอาไว้ เขาสู้กับการอยู่ใต้น้ำเพื่อไม่ให้พลาด shot ที่เขาต้องการ

แซม
: ผมยากที่จะเชื่อว่า Avatar กำลังจะฉายแล้วในที่สุด ผมเคยจินตนาการว่าผมอายุซัก 54
และยังต้องถ่าย Motion Capture ให้เรื่องนี้อยู่ พวกเราคิดว่ามันคงเป็นการถ่ายทำที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อทีมงานคนหนึ่งมีลูกถึงสองคนในช่วงเวลาระหว่างการเริ่มถ่ายจนถ่ายสำเร็จ อันที่จริงนะโซอี้
ผมมีคำถาม คุณคิดว่า Jake Sully ในร่าง Avatar หรือร่างมนุษย์นั้นดูดีกว่ากัน?
โซอี้: คุณถามโซอี้หรือ Neytiri กันล่ะ
แซม: อืม…เนติรี่แล้วกัน
โซอี้: ฉันคิดว่าเธอคงเห็นว่าเจคในร่าง Avatar เซ็กซี่กว่านะ
แซม: คุณคิดว่าเธอคิดยังไงที่เห็นร่างมนุษย์ของเจค? ลิงขนรุงรังตัวเล็กๆ? แล้วโซอี้ล่ะคิดยังไง
(แซมถามและโอบไหล่เธอ)
โซอี้: โซอี้ต้องเลือกแซมอยู่แล้ว ไม่ต้องสงสัย

Interviewed by Mathieu Carratier
English Translation by Charlotte (Sami-13)

Comment

Comment:

Tweet

http://www.watchvisa.com/watchvisa

#2 By replica rolex (125.118.238.85) on 2010-07-10 16:58

โอ๊ย รักสองคนนี้ที่สุดเลย

#1 By เร (58.8.238.134) on 2009-11-30 20:42

Links